มมือสัตว์วิญญาณระดับเก้าสองสามตน พูดออกมาก็ขายหน้าแย่
โม่เฉินกวาดมองเด็กหนุ่มคนนั้นอย่างเย็นชา สะบัดแขนเสื้อ แล้วหมุนตัวเดินกลับไป
เฟิ่งจิ่วเห็นเช่นนี้จึงถอนหายใจเบาๆ ได้แต่ตามหลังเขาไปอย่างว่าง่าย บอกว่า “ขอบคุณที่ช่วยข้า”
คนตรงหน้าไม่พูดอะไรสักคำ พลางสาวก้าวเดินต่อไป
เฟิ่งจิ่ววิ่งตามไปข้างกายเขา ถามว่า “เจ้าไปจับสัตว์อะไรพวกนั้นไม่ใช่หรือ? ทำไมถึงได้ยินการเคลื่อนไหวทางนี้ได้? เจ้าเป็นอาจารย์สินะ? อาจารย์สำนักพลังวิญญาณหรือ?”
โม่เฉินไม่พูดไม่จาไปตลอดทางที่เดินกลับมาตรงเขตอาคม ทว่าเมื่อเห็นร่างไร้วิญญาณทั้งสี่ของราชาอสูรพิภพระดับเก้าหน้าเขตอาคม แววตาก็ฉายประกายทันควัน มองไปทางหนุ่มน้อยข้างกาย “เจ้าเป็นคนฆ่าทั้งหมดหรือ?”
เธอเกาศีรษะมองซ้ายมองขวา ถามว่า “ที่นี่มีคนอื่นด้วยหรือ?”
โม่เฉินมองลึกที่เขา หนึ่งมีดสังหารเข้ากลางจุดตาย รอยมีดเรียบร้อยมั่นคง เห็นได้ถึงความเร็วที่ว่องไวนัก สำหรับการควบคุมพลังเร้นลับยิ่งละเอียดมาก มิเช่นนั้นคงทำแบบนี้ไม่ได้
หนุ่มน้อยคนนี้สร้างความประหลาดใจให้เขาทุกครั้งเลยจริงๆ
“เจ้าเข้าเขตอาคมไปจัดการบาดแผลบนร่างเสีย อย่าเดินเพ่นพ่าน” เขาทิ้งคำพูดไว้ แล้วมองเฟิ่งจิ่วเดินเข้าเขตอาคม ถึงจะออกไปอีกครั้ง
เฟิ่งจิ่วพันแผลที่ถูกกิ่งไม้ข่วนอย่างลวกๆ เห็นเขาจากไปก็มองโดยรอบ เดินออกมาจากเขตอาคม ลากราชาอสูรพิภพพวกนั้นเข้ามาด้านใน และเริ่มลอกหนังส่วนที่ใช้ได้ออกมา หลังจากจ