มีกลิ่นคล้ายๆ เนื้อบางส่วน
“มาๆ กินเถอะๆ!” เธอนั่งย่ออยู่นอกเขตอาคม พร้อมโยนยาสองเม็ดออกไป เห็นอสูรเพลิงสองตนนั้นเพียงชำเลืองมองส่งเสียงร้องและหันหน้าหนี แต่เมื่อได้กลิ่นนั้นก็หันกลับมาโดยฉับพลัน คาบเม็ดหนึ่งขึ้นมาราวกับจะกินช้าๆ อย่างหวาดกลัว
เฟิ่งจิ่วจ้องมองปฏิกิริยาอสูรเพลิงทั้งสองตน เห็นว่าหลังจากกินไปพวกมันยังไม่เป็นอะไร แต่ผ่านไปไม่กี่ชั่วอึดใจก็เห็นพวกมันเดินไปเดินมาภายในเขตอาคมด้วยความหงุดหงิด ตรงเหนือหัวอสูรที่ใช้เก็บมณีเพลิงนั้นค่อยๆ พรั่งพรูไปด้วยกระแสลมที่เห็นได้ด้วยตาเปล่า กระแสลมนั้นก่อตัวด้วยพลังวิญญาณ มันรวมตัวเป็นรูปเป็นร่างอย่างช้าๆ และกลั่นกลายเป็นมณีทีละน้อยๆ
เฟิ่งจิ่วเห็นความเร็วในการควบแน่นมณี ก็เบิกตาโตอย่างตื่นเต้นโดนฉับพลัน แม้จะเพิ่มปริมาณยาแต่ไม่นึกว่าจะกลั่นมณีได้รวดเร็วเพียงนี้!
แทบจะไม่กี่ชั่วอึดใจมณีเพลิงเม็ดหนึ่งควบแน่นก่อตัวขึ้นตรงหน้าผาก หลังจากเป็นรูปเป็นร่างในขณะที่พลังงานธาตุไฟในร่างอสูรเพลิงพุ่งพล่านมันก็หลุดออกมาอีกครั้ง ซ้ำยังกลั่นออกมาติดๆ กันเจ็ดแปดเม็ด กระแสลมธาตุไฟบนร่างอสูรเพลิงนั้นถึงจะค่อยๆ สงบลง
เฟิ่งจิ่วอึ้งไปพักหนึ่ง จากนั้นก็หัวเราะร่าออกมาอย่างระรื่น มองมณีเพลิงสิบกว่าเม็ดที่อสูรเพลิงทั้งสองตนกลั่นออกมา ดวงตาเป็นประกาย เห็นเพียงคะแนนคุณงามความดีมากมายกำลังกวักมือเรียกเธอ ดังนั้นเธอจึงป้อนไปอีกสองเม็ด แล้วนั่งย่อเก็บรวบรวมมณีเพลิงอ