มือแน่น ดวงตาคู่นั้นยังนิ่งจ้องมองไผ่สีเขียวเข้มใต้เท้า
เขาเห็นเช่นนี้จึงไม่พูดอะไรมากอีก ก่อนจะใช้พลังวิญญาณคุมขลุ่ยที่เหยียบไว้ใต้เท้ามุ่งไปยังใจกลางเทือกเขาหมื่นอสูรทันที…
นี่เป็นครั้งแรกที่เธอเหยียบพาหนะเหาะเหินโผบินไปบนอากาศเช่นนี้ สายลมโหยหวนพัดผ่านจากใบหน้า ไม่มีกระแสลมก่อตัวเป็นเกราะกำบังเหมือนเรือเหาะ หนำซ้ำยืนอยู่บนนี้ยังต้องกังวลถึงความเป็นไปได้ที่เท้าจะลื่นตกลงไปจากกลางเวหา แต่ไม่ยอมรับไม่ได้ว่าความรู้สึกเช่นนี้ช่างทำให้คนตื่นเต้นจริงๆ
“เจ้ามาตามหาอะไรที่นี่?”
เฟิ่งจิ่วที่กำลังคิดเรื่องอื่นพลันได้ยินชายชุดขาวตรงหน้าถามเธอ จึงบอกว่า “มาเก็บมณีเพลิงจากอสูรเพลิงเขาเดียวไปรับคะแนนคุณงามความดี” สิ้นเสียงเธอยังเอ่ยถามอย่างอยากรู้อยากเห็นอยู่บ้าง “เจ้าจะเอาสมุนไพรพวกนั้นไปทำอะไร? เจ้าเป็นนักเรียนสำนักยาหรือ? หรือว่าสำนักพลังวิญญาณ?”
สำหรับเรื่องนี้เธอสงสัยอย่างมาก
คนเบื้องหน้าไม่พูดไม่จาคล้ายว่าไม่ได้ยิน พลางมองไปตรงหน้าด้วยท่าทีสบายๆ กระทั่งเมื่อมาถึงใจกลางเทือกเขาวงแหวนล้อมรอบ ถึงจะร่อนลงจากกลางอากาศ
เฟิ่งจิ่วกระโดดลงบนพื้น เห็นเขาเก็บขลุ่ยนั้นไป จึงมองๆ ตรงเอวเขาทันใด นี่เก็บเข้าห้วงมิติแล้วหรือ?
ขณะกำลังคิดก็เห็นมือหนึ่งเขาจับข้อนิ้วแล้ววางเขตอาคมไว้ เห็นมือข้างที่โผล่ออกมาของเขาดวงตาเธอก็หดลงเล็กน้อย
เขาไม่ใช่นักเรียน!
แม้นักเรียนสำนักศึกษาหมอกดาราจะโดดเด่น ก็ไม่น่าจับข้อ