็กระโจนเข้ามาทันที ปากใหญ่อ้าออกเผยให้เห็นเขี้ยวแหลมคมกัดมายังลำคอ ทันใดนั้นเธอหยิบกริชจากในรองเท้าออกมาพลางเขย่งปลายเท้ากระโดดไปบนหลังตัวหนึ่งในนั้น ส่งกลิ่นอายพลังเร้นลับสู่กริชในมือ แล้วแทงเข้ากลางเหนือหัวซึ่งเป็นจุดตายที่สุดของราชาอสูรพิภพอย่างแรง
“สวบ!”
“กรร!”
เสียงใบมีดคมที่แทงลงไปดังมาพร้อมกลิ่นอายรุนแรง เพียงเห็นราชาอสูรพิภพตนนั้นหอนเบาๆ และนอนลงไปเสียงดังตุบทันทีในตอนที่เฟิ่งจิ่วดึงกริชออกจนเลือดสาดกระเซ็น
กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งพลันกระจายไปในอากาศ เธอมองราชาอสูรพิภพตนนั้น หลังจากชักดิ้นชักงอบนพื้นไปสักพักก็สิ้นลมหายใจ ดวงตาอสูรอีกห้าตนที่เหลือต่างแดงฉาน ก่อนจะเห่าหอนพร้อมพุ่งไปทางเฟิ่งจิ่วอีกครั้ง
ราชาอสูรพิภพระดับเก้าห้าตนนั้นแผ่แรงกดดันออกมา กลิ่นอายในอากาศยิ่งหนาแน่นขึ้น กระแสลมโหยหวนรุนแรงดั่งมีด ไม่ด้อยไปกว่าผู้ฝึกตนระดับบรรพชนนักรบเลยสักนิด หากพบนักเรียนคนอื่นถูกราชาอสูรพิภพระดับเก้าห้าหกตนล้อมโจมตี เดาว่าคงทนไม่ไหวไปตั้งนานแล้ว
แต่เฟิ่งจิ่วกลับอาศัยท่ากายและความเร็วแปลกๆ จัดการอยู่ในวงพวกมัน แค่ลงมือก็คร่าชีวิตได้ในเสี้ยววินาที ด้วยกำลังเธอจึงไม่ได้ยากเลยที่จะต่อกรกับราชาอสูรพิภพระดับเก้า
ทว่าราชาอสูรพิภพพวกนี้เห็นได้ชัดว่าแสนรู้นัก หลังจากอีกสี่ตัวถูกฆ่าตายเธอก็กระโดดขึ้นหลังอีกตัว มือหนึ่งจับเขาบนหัวมันไว้ อีกมือตวัดกริชกำลังจะแทง กลับเห็นว่าเขาของราชาอสูรพิภพตนที่