ียบๆ
เห็นเขาไม่สนใจใยดีเธอเลย เฟิ่งจิ่วก็ยิ้มกระอักกระอ่วน แล้วบอกอีกว่า “เจ้าเป็นนักเรียนสำนักพลังวิญญาณหรือ? พวกเราเคยเจอกันข้างนอกสำนักศึกษาบนต้นไม้และใต้ต้นไม้เหมือนกัน ช่างเป็นพรหมลิขิตจริงๆ!”
ใช่! แต่จะเป็นแค่พรหมลิขิตแน่หรือ? เธอวิ่งมาขโมยของกินถึงที่นี่ นึกไม่ถึงว่าจะถูกคนพบเข้า หนำซ้ำยังเป็นบุรุษเทพจุติที่ชัดเจนว่าพละกำลังเหนือกว่าเธอ เขามาตั้งแต่เมื่อไรยังไม่รู้เลย พอนึกถึงว่าก่อนหน้านี้ตนหยิบอาหารออกมาจากห้วงมิติภายใต้สายตาเขา ก็ร้อนเนื้อร้อนตัวอย่างอดไม่ได้
เขาน่าจะไม่สังเกตเห็นว่าห้วงมิติเธอไม่เหมือนห้วงมิติทั่วไป
เวลาคล้ายจะหยุดลง เฟิ่งจิ่วใต้ต้นไม้ยิ้มจนหน้าแข็งทื่อ ก็ไม่เห็นว่าคนด้านบนจะมีปฏิกิริยาใดๆ กระทั่งหลังจากผ่านไปสักพัก ขณะที่เธอคิดว่าจะกระโจนขึ้นต้นไม้เอาไปยัดเยียดให้เขาเสียหน่อยดีหรือไม่ ก็เห็นเทพจุติชุดขาวบนต้นไม้กระโดดเบาๆ และลงมายืนตรงหน้าเธออย่างมั่นคง
เห็นเช่นนี้ ดวงตาเธอเป็นประกาย รีบลากเขามาตรงพื้นหญ้าข้างๆ อาหารพวกนั้นและกดเขาให้นั่งลง “นั่งๆๆ เจ้านั่งไว้ก็พอ ข้าจะตักน้ำแกงให้เจ้า รสชาติน้ำแกงนี้ดีมาก ข้าได้ยินคนในห้องครัวบอกว่าเตรียมไว้ให้คุณชายโม่เฉินอะไรนั่น ข้าเพิ่งกินไปชามเดียว ไม่เลวเลยจริงๆ”
เธอพูดพลางตักน้ำแกงให้เขาเต็มๆ หนึ่งชามอย่างเริงร่า จากนั้นค่อยยกไปตรงหน้าเขาด้วยสองมืออย่างเอาใจใส่ ทว่าเมื่อเทพจุติชุดขาวที่นั่งบนพื้นหญ้าหันหน้ามาเล็