อน่องไก่ไว้ เนิ่นนานไม่ยื่นมือไปรับ ในประสบการณ์ที่ผ่านมา เขาไม่เคยกินอาหารโดยใช้มือถือกินตรงๆ ความรู้สึกเช่นนี้ไม่รู้จะพูดอย่างไร
เฟิ่งจิ่วเห็นก็รู้ความคิดเขา ยิ่งเห็นท่าทางปานเทพจุติยิ่งรู้ว่าไม่เคยลองวิธีกินเช่นนี้ ดังนั้นจึงยิ้มเอ่ย “กินเนื้อชิ้นใหญ่เช่นนี้รสชาติยิ่งโอชา เป็นความรู้สึกที่ต่างจากการใช้ตะเกียบกินอาหารแน่นอน เจ้าลองแล้วจะรู้”
เห็นเช่นนี้ โม่เฉินลังเลสักพัก ยังคงยื่นมือไปรับ แต่เขาไม่ได้กินคำโตเหมือนเฟิ่งจิ่ว แต่ฉีกชิ้นเล็กกินอย่างเชื่องช้า
เฟิ่งจิ่วหัวเราะเสียงดังลั่น หยิบตะเกียบวางลงตรงหน้าเขา เดี๋ยวเขาจะได้คีบอาหารกิน ส่วนตัวเองลงมือฉีกเนื้อชิ้นหนึ่งกินอย่างไม่เกรงใจ ผ่านไปประมาณหนึ่งชั่วโมง อาหารที่เรียงรายบนพื้นหญ้าก็เหลือแต่ความเลอะเทอะ
โม่เฉินเห็นดังนั้นก็รู้สึกเสียมารยาทเล็กน้อย ถึงอย่างไรปกติเขาจะไม่ทำให้โต๊ะกลายเป็นเช่นนี้ แม้ที่นี่จะเรียกว่าเป็นโต๊ะไม่ได้ แต่ยังคงรู้สึกว่าเสียความสง่างาม ทว่าเมื่อเห็นหนุ่มน้อยคนนั้นขุดหลุมฝังของพวกนั้นลงไปอยู่ข้างๆ ก็อดรู้สึกแปลกใจไม่ได้
“ข้างหน้ามีลำธารเล็กๆ พวกเราไปล้างมือที่นั่นเถอะ!” หลังจากเฟิ่งจิ่วฝังของจำพวกกระดูกกับจานลงดิน ก็ปัดๆ มือพลางเรียกเขาเดินไปยังลำธารที่อยู่ไม่ไกล
ตรงลำธาร เธอล้างมือล้างหน้า ขณะกำลังคิดจะหาที่นอนพักผ่อนสักเดี๋ยว ก็เห็นชุดคลุมตัวหนึ่งยื่นมาตรงหน้า
“ซักให้สะอาด”
น้ำเสียงอ่อนโยนแผ่วเบาราวสา