รกิจแรกคือคุ้มกันการส่งสิ่งของ กำหนดว่าต้องมีวรยุทธ์ระดับยอดปรมาจารย์พลังวิญญาณ คะแนนคุณงามความดีห้าร้อย ภารกิจที่สองคือรวบรวมมณีเพลิงจากอสูรเพลิงเขาเดียวในเทือกเขาหมื่นอสูร มณีเพลิงทุกหนึ่งเม็ดเท่ากับคะแนนคุณงามความดีห้าร้อย ระยะเวลาหนึ่งเดือน
อ่านถึงภารกิจที่สอง เธอก็สนใจขึ้นมาทันที อสูงเพลิงเขาเดียวเป็นสัตว์วิญญาณระดับเจ็ด เพราะว่องไวนัก คิดจะจับจึงยากมาก หนำซ้ำอสูรเพลิงเขาเดียวหนึ่งตัวปีหนึ่งจะผลิตมณีเพลิงได้แค่เม็ดเดียว ทว่าอสูรเพลิงเขาเดียวในเทือกเขาหมื่นอสูรต้องมีมากกว่าตัวเดียวแน่! จำนวนยิ่งมาก จะเก็บคะแนนคุณงามความดีห้าพันได้ก็ง่ายมากไม่ใช่หรือ?
เฟิ่งจิ่วตัดสินใจแน่วแน่ รับภารกิจนั้นมาทันที เธอลงชื่อไว้บนกระดานภารกิจ ก่อนจะกลับอาศรมไปเตรียมตัว เธอไม่คิดพาเหล่าไป๋ไปด้วย แม้แต่อสูรกลืนเมฆาในห้วงมิติยังโดนเรียกออกมา วางแผนว่าจะเลี้ยงปล่อยๆ ให้พวกมันเฝ้าอาศรมและหาอาหารกินเอง
หลังจากเตรียมตัวเรียบร้อย และกำชับสองอสูรอีกหลายครั้ง ถึงค่อยออกจากสำนักยาเซียนอย่างฮึกเหิม มุ่งไปยังเทือกเขาหมื่นอสูรตามที่แผนที่ระบุ
หลังจากเฟิ่งจิ่วออกไปไม่นาน กวนสีหลิ่นสอบถามมาว่านางอยู่สำนักยาเซียน ดังนั้นจึงเข้ามาหาและพบอาศรมนางจากการถามไถ่ กลับเห็นว่ามีค่ายกลตั้งไว้เข้าไปไม่ได้ แต่เห็นเหล่าไป๋กับอสูรกลืนเมฆาอยู่รอบๆ อาศรม
“อสูรกลืนเมฆา เสี่ยวจิ่วเล่า?” เขารู้ว่าอสูรกลืนเมฆาที่บรรลุเป็นสัตว์เทวะเอ่ย