กอะไรขึ้นมาได้ หนึ่งคนในนั้นรีบขานเรียก “เฟิ่งจิ่ว? เจ้ารออยู่ที่นี่มานานแค่ไหนแล้ว?”
เด็กคนนี้ทำไมถึงมารอเหงาๆ อยู่ที่นี่เล่า? สำนักยาเซียนตั้งกว้างขวางมีเขานั่งนิ่งอยู่ตรงนั้นคนเดียว เฮ้อ! เด็กคนนี้บริสุทธิ์ไร้เดียงสา รอไปไม่เจอใครก็ไม่รู้จักไปถามหากับผู้ดูแลซุน ต้องโทษพวกเขาที่เมื่อวานไม่ได้บอกให้ชัดเจน
“ท่านอาจารย์ พวกท่านมาแล้ว?”
เฟิ่งจิ่วเห็นคนทั้งสองก็รีบลุกขึ้นเดินเข้าไป มายังเบื้องหน้าพวกเขาพร้อมเผยรอยยิ้ม “ผู้ดูแลซุนบอกว่าวันนี้เป็นวันรวมพลนักเรียนเข้าใหม่ของสำนักยาเซียน ข้าเข้ามารอแต่เช้า ทว่ารอตั้งนานยังไม่เห็นคนอื่น ตอนนี้ดีเลย ในที่สุดท่านอาจารย์ทั้งสองก็มา”
ทั้งสองได้ยินคำพูดนี้ต่างมองหน้ากันและยิ้มอักอ่วน พวกเขามาที่นี่ไม่ใช่เพราะจำได้ว่าวันนี้เป็นวันรวมพลนักเรียนเข้าใหม่ แต่เข้ามาที่นี่เพราะมีธุระบางอย่างพอดี แต่แม้เป็นเช่นนี้ก็ไม่อาจพูดออกมาตรงๆ
หนึ่งคนในนั้นจึงกระแอมเบาๆ กล่าวว่า “เช่นนี้เอง! ได้ วันนี้พวกเราจะพูดถึงขั้นตอนพื้นฐานการกลั่นยาเซียนบางส่วนกับเจ้า”
“ท่านอาจารย์ ไม่ต้องรอคนอื่นหรือขอรับ?” เธอถามอย่างปรารถนาดี
“เหอะๆ ไม่ต้องๆ” อาจารย์อีกคนโบกๆ มือ เผยยิ้มใจดีอ่อนโยน “ปีนี้สำนักยาเซียนรับเจ้าเป็นนักเรียนแค่คนเดียว”
เฟิ่งจิ่วได้ยินเช่นนี้ก็กะพริบตาอย่างตะลึง ชี้หน้าตัวเองพลางถาม “ระ รับแค่ข้าคนเดียว?” ไม่ใช่กระมัง? วันรับสมัครนักเรียนที่สามปีมีครั้ง แต่รั