เสียงเขาหยุดไป บอกว่า “เช่นนี้แล้วกัน! อาจารย์เหอ เจ้ามาเปลี่ยนตัวแทน ช่วยนักเรียนพวกนี้ลงทะเบียนประเมินทีเถอะ”
“ขอรับ” อาจารย์เหอคนนั้นพยักหน้ารับ
เหล่านักเรียนได้ยินแล้วต่างยินดีในใจ ใบหน้าล้วนเผยรอยยิ้มออกมา
“ส่วนอาจารย์หวัง เรื่องนี้เจ้าทำไม่ถูก จึงต้องลงโทษด้วยการอุทิศตนหนึ่งปี เจ้าจะคัดค้านหรือไม่?”
อาจารย์แซ่หวังคนนั้นกัดฟันกรอด กลับทำได้เพียงตอบรับว่า “ขอรับ ข้าไม่คัดค้าน”
รองเจ้าสำนักพยักหน้า มองยังกวนสีหลิ่นพร้อมเผยรอยยิ้มออกมา “ในเมื่อเจ้าสู้กับอาจารย์ได้ ฝีมือพละกำลังถือว่าผ่าน ก็ไม่ต้องประเมินและเข้าสำนักพลังเร้นลับเสียเลยเถอะ! ส่วนแขนที่บาดเจ็บ ประเดี๋ยวให้อาจารย์เหอพาเจ้าไปจัดการ”
เขาคิดว่าจัดการและลงโทษเช่นนี้ใช้ได้แล้ว ยกเว้นการประเมินของเด็กหนุ่มชุดดำคนนั้นและรับเขาไว้ทันที คงเห็นอีกฝ่ายเผยท่าทียินดีเป็นแน่ ใครจะรู้ว่าเด็กหนุ่มชุดดำกลับชำเลืองมองด้วยใบหน้าไร้อารมณ์ กล่าวว่า “มีคนต่ำช้าไร้ยางอายและไม่มีความเป็นครูเช่นนี้เป็นอาจารย์ สำนักศึกษาหมอกดารานี้ ไม่ได้เข้าก็ไม่เป็นไร”
ได้ยินคำพูดนี้ แต่ละคนต่างอ้าปากค้างอย่างตกตะลึงราวกับยัดไข่เป็ดไว้ในปาก ใครก็นึกไม่ถึงว่าเด็กหนุ่มชุดดำจะทิ้งโอกาสหายากเช่นนี้และไม่เข้าสำนักศึกษาหมอกดารา หนำซ้ำตั้งแต่เมื่อครู่ยังไม่ปริปากแก้ต่างสักประโยค ตอนนี้เอ่ยปากเพียงหนึ่งประโยคก็ตรงเข้ากลางใจ พูดประโยคนั้นที่นักเรียนคนอื่นไม่กล้าเอ่ย