ิ้มถามหน้ากระอักกระอ่วนว่า “เมื่อครู่เขาเหมือนบอกว่าได้เป็นผู้เล่าเรียนอันดับหนึ่งอะไรด้วย? นะ นี่เป็นเรื่องจริงหรือ?”
“แน่นอน ต้นกล้าดีๆ เช่นนี้สำนักยาเซียนเราไม่ได้พบมาเนิ่นนาน ถึงยกเว้นค่าเล่าเรียนทั้งหมดให้ผู้เล่าเรียนอันดับหนึ่งเช่นเขาแล้วอย่างไร? เด็กคนนั้นยิ่งมองข้ายิ่งชอบ เจ้าไม่รู้หรอก นึกไม่ถึงว่าเขาจะศึกษาสารานุกรมยาทิพย์มาจนคุ้นเคยจริงๆ ยังรู้แม้แต่สรรพคุณฤทธิ์ยารวมถึงสิ่งที่เสริมข่มกัน ไม่ธรรมดา ไม่ธรรมดาเลย!”
“อืม เจ้าก็เคยพบเฟิ่งจิ่ว เล่าให้ฟังหน่อยซิ รองานรับสมัครนักเรียนวันนี้เสร็จสิ้นหมด ค่อยลองพาเขาไปดูที่สำนักยาเซียน แล้วหาอาศรมใหญ่ๆ ให้เขาด้วย”
“ขอรับๆ” ชายชราปาดเหงื่อขานรับแล้วถึงจะถอยออกไป
ครั้นมาถึงด้านนอก สุดท้ายก็ถอนหายใจเบาๆ หัวใจเต้นตึกตัก หากอาจารย์ทั้งสองรู้ว่าก่อนหน้านี้เขาเยาะเย้ยหนุ่มน้อยคนนั้นละก็…
แค่ลองคิดก็หนาวสั่นแล้ว ยามนี้เขาหยิบหยกส่งสารออกมาเรียกอีกคนหนึ่งมาแทนที่ ส่วนตนเองไปตามหาหนุ่มน้อยชุดแดงคนนั้น
เฟิ่งจิ่วในตอนนี้ หลังจากสอบประเมินผ่านก็ออกจากประตูใหญ่สำนักศึกษาไปจูงเหล่าไป๋เข้ามาก่อน เมื่อผ่านต้นไม้ใหญ่ก่อนหน้านี้ ฝีเท้าเธอชะงักเล็กน้อยและมองไปยังทิศทางนั้น ชายชุดขาวคนนั้นไม่อยู่เสียแล้ว
เธอส่ายหน้า ไม่รู้ทำไมตนเองถึงหยุดมอง อาจเพราะกลิ่นอายรอบกายชายชุดขาวคนนั้นสะอาดบริสุทธิ์มากจริงๆ กระมัง!
หลังมาถึงประตูใหญ่สำนักศึกษา ขณะกำลังเข้าไป