ังเลครู่หนึ่งจึงบอกว่า “เช่นนั้น เฟิ่งจิ่ว หากก่อนหน้านี้มีตรงไหนไม่พอใจ หวังว่าเจ้าจะไม่ถือสา”
“ไม่หรอกขอรับ” เธอพูดพร้อมรอยยิ้ม
เห็นเช่นนี้ใจของผู้ดูแลซุนที่หวั่นๆ ในที่สุดก็ปล่อยวางได้ จากนั้นพาเขาไปเลือกอาศรมก่อนด้วยใจที่เต็มไปด้วยความเบิกบาน
แต่เมื่อเฟิ่งจิ่วเดินตามเขาไปได้เกือบชั่วยาม ยิ่งเดินยิ่งไปยังสถานที่ห่างไกล จึงอดถามไม่ได้ว่า “ผู้ดูแลซุน สำนักยาเซียนไม่ได้อยู่ข้างหน้าหรือ ทำไมถึงมายังสถานที่ห่างไกลเช่นนี้?”
“เหอะๆ เจ้าเป็นผู้เล่าเรียนเข้าใหม่จึงยังไม่รู้ สำนักศึกษาหมอกดาราเราพื้นที่กว้างขวางนัก สถานที่ตั้งแต่ละสำนักยังแตกต่างกัน เด็กที่รับสมัครเข้ามา นอกจากจะรวมกลุ่มตามแต่ละสำนัก วันธรรมดาแทบไม่ได้อยู่ด้วยกันเลย ประตูใหญ่สำนักศึกษาก็ไม่ได้เปิดบ่อย จะเปิดแค่วันรับสมัครนักเรียนครั้งใหญ่ทุกสามปี ปกติที่ออกไปจะเป็นประตูข้างของแต่ละสำนัก”
ระหว่างพูด เขาชี้ตรงภูเขาข้างหน้า บอกว่า “แค่ข้ามภูเขาลูกนี้ไปก็คือที่ตั้งสำนักยาเซียนแล้ว”
ได้ยินคำเช่นนี้ เฟิ่งจิ่วประหลาดใจนิดหน่อย แม้สำนักศึกษาหมอกดาราจะใหญ่เทียบเท่าเมืองหลวง แต่เมื่อเดินอยู่ด้านในนี้ถึงได้รู้ว่าใหญ่เกินเหตุเช่นนี้ เห็นว่ายังต้องข้ามภูเขาตรงหน้าอีก ดังนั้นจึงเร่งฝีเท้าเร็วขึ้น
ระหว่างทางผู้ดูแลซุนบอกเธอว่า ทั้งสำนักศึกษาหมอกดารามีเพียงสำนักยาเซียนที่นักเรียนพักอยู่อาศรม ส่วนนักเรียนสำนักอื่นพักอยู่ที่เรือน เพราะทุกๆ