่นนี้ เธอเงยหน้ามองชายคล้ายเทพจุติคนนั้นบนต้นไม้ แล้วหมุนตัวก้าวไปยังสำนักศึกษา
เมื่อเธอหันกายมุ่งไปยังสำนักศึกษา ชายชุดขาวบนต้นไม้ถึงค่อยๆ ลืมตาขึ้น สายตาที่สงบนิ่งลึกล้ำหยุดลงบนร่างสีแดงนั้นอีกครั้งผ่านใบไม้ตะคุ่มๆ มองไปเงียบๆ จนกระทั่งร่างนั้นหายไปตรงประตูสำนักสักพักใหญ่
เมื่อเฟิ่งจิ่วที่เข้าไปสำนักศึกษาเห็นสถานที่ที่ใหญ่โตเสียจนน่าเหลือเชื่อ ก็กะพริบตาอย่างอดไม่ได้ สีหน้าแปลกใหม่ “ใหญ่จริงๆ เลย! นี่แค่สำนักศึกษาเดียวจริงหรือ? หากไม่รู้ยังนึกว่าเป็นเมืองเสียอีก!”
ผู้เล่าเรียนเก่ามากมายภายในสำนักศึกษากำลังชี้แนะและนำทาง ด้านหน้าทุกๆ สำนักมีป้ายแขวนไว้อย่างดีเพื่อแจ้งว่าเป็นจุดลงชื่อประเมินของสำนักไหน เธอเห็นเพียงกลุ่มคนสองฝั่งซ้ายขวาเรียงแถวราวกับมังกรตัวยาว
เธอเดินไปมองข้างหน้า เห็นว่ากลุ่มคนสองแถวที่เรียงยาวราวมังกรทางซ้ายเป็นสำนักพลังวิญญาณ ทางขวาเป็นสำนักพลังเร้นลับ นอกจากสองสำนักนี้แล้ว กลับไม่เห็นสำนักยากับสำนักยาเซียนจึงอดแปลกใจไม่ได้
“พี่ชายท่านนี้ ข้าขอหน่อยถามว่าจุดลงชื่อประเมินของสำนักยาเซียนอยู่ที่ไหน?” เธอรั้งชายที่สวมชุดลูกศิษย์ไว้พลางเอ่ยถาม
“เจ้าจะสมัครสำนักยาเซียนหรือ” ชายคนนั้นพินิจมองเฟิ่งจิ่วจากบนลงล่าง จากนั้นค่อยชี้บอก “เห็นตรงนั้นหรือไม่? เดินตรงไปตามทางเส้นนี้หนึ่งลี้ ทางซ้ายคือจุดลงชื่อประเมินของสำนักยาเซียน ขวาก็คือของสำนักยา”
“ขอบคุณท่านมากที่ชี้แนะ” เธ