กหน้า “คงจะมาในสองวันนี้”
“ไม่ได้ๆ ข้าต้องออกไปดูสักหน่อย” พูดจบเขาก็ออกไปข้างนอกโดยไม่รอให้เจ้าสำนักตอบกลับ
ยามนี้ เฟิ่งจิ่วยืนอยู่ตรงกลางทางแยกของสำนักยาเซียนและสำนักยา พลางมองจุดลงชื่อสองด้านซ้ายขวาอย่างงุนงงอยู่บ้าง
เทียบกับกลุ่มคนด้านหน้าที่เรียงแถวยาวราวมังกร ที่นี่นอกจากทางฝั่งยาที่มีคนสิบกว่าคน นึกไม่ถึงว่าฝั่งยาเซียนจะมีแค่ชายชราคนหนึ่งเท้าแขนงีบหลับอยู่ตรงนั้น เห็นแล้วพูดไม่ออกจริงๆ
ความแตกต่างต้องมากถึงเพียงนี้เชียว? บอกว่านักเล่นแร่แปรธาตุเป็นที่สนใจเป็นพิเศษไม่ใช่หรือ? ไม่ใช่ว่าฐานะนักเล่นแร่แปรธาตุสูงส่งกว่าหรือ? ลูกหลานนับพันนับหมื่นที่เข้ามาลงชื่อ มีแค่เธอคนเดียวที่มาลงชื่อสอบสำนักยาเซียน?
ขณะที่เธอกำลังคิด ก็เห็นว่าเรือนด้านหลังชายชราคนนั้นมีชายสองสามคนเดินออกมาอย่างท้อแท้ใจ และเดินไปยังทิศประตูสำนักศึกษาด้วยท่าทางเตรียมรับการลงโทษ
“เจ้ามาลงชื่อรับการประเมินสำนักยาเซียนหรือ?” ชายชราคนนั้นเห็นหนุ่มน้อยชุดแดงยืนอยู่ตรงนั้นเนิ่นนานก็ไม่เดินไปข้างหน้า จึงเอ่ยปากถามพลางเชื้อเชิญ “เข้ามาสิๆ”
เฟิ่งจิ่วได้สติกลับมา เดินหน้าเข้าไปคารวะ “คารวะท่านอาจารย์” ไม่ว่าเขาจะใช่หรือไม่ใช่อาจารย์ ยิ่งมีมารยาทคนยิ่งไม่ถือโทษ
“ลงบันทึกข้อมูลก่อนเถอะ” ชายชราเลื่อนแบบกรอกข้อมูลบนโต๊ะมาให้ทันที
เฟิ่งจิ่วรับแบบกรอกข้อมูลมาอ่าน เห็นว่าต้องบันทึกพวกข้อมูลพื้นฐาน ดังนั้นจึงหยิบพู่กันบนโต๊ะขึ้น