ดา”
เซียวอี้หานนั่งลง ยิ้มบอกว่า “ไม่ต้องเป็นห่วง เมื่อวานข้าสั่งคนไว้แล้ว ประเดี๋ยวจะมีรถลากสัตว์วิญญาณเข้ามารับ ประมาณหนึ่งชั่วยามก็ไปถึงสำนักศึกษา”
เขากินอาหารเช้าที่เสี่ยวเอ้อร์ยกเข้ามาพลางเอ่ย “หลักๆ ข้าจะฝึกพลังวิญญาณ รอบนี้ที่ลงชื่อคือทางสำนักพลังวิญญาณ น้องเฟิ่ง ข้าเห็นบนตัวเจ้าไม่มีกลิ่นอายพลังวิญญาณ วรยุทธ์พลังเร้นลับก็อยู่แค่ปรมาจารย์นักรบขั้นต้น พลังเช่นนี้อยากจะเข้าสำนักพลังเร้นลับยังยากไปบ้าง ไม่รู้ว่าเจ้าวางแผนเช่นไร?”
เฟิ่งจิ่วยกยิ้ม กล่าวว่า “ข้าหาข้อมูลการประเมินรับสมัครนักเรียนของสำนักศึกษาหมอกดารามาแล้ว พวกเขาไม่ได้ดูระดับสูงต่ำของพลัง แต่ขอแค่ผ่านการประเมินทั้งสามด่านก็พอ”
“เหอะๆ ถูกต้อง การประเมินครั้งนี้ไม่เหมือนกัน ผู้ฝึกบำเพ็ญพลังวิญญาณนอกจากมีพรสวรรค์ยังต้องดูแรงกายกับความสัมพันธ์กันของธาตุทั้งห้า ขอแค่ได้ถึงมาตรฐานปกติจะเข้าเรียนในสำนักศึกษาหมอกดาราได้ ส่วนการประเมินพลังเร้นลับ ข้าไม่ได้สนใจเท่าไร แต่ว่ากันว่านอกจากความแรงกาย ยังต้องดูความเร็วกับศิลปะการต่อสู้ด้วย”
“อืม เหมือนจะเป็นเช่นนั้น แต่ข้าคิดจะสมัครเข้าร่วมการประเมินสำนักกลั่นยาเซียน” เธอกล่าวยิ้มๆ กินข้าวต้มในชามเสร็จแล้วก็วางตะเกียบลง
ได้ยินคำพูดเช่นนี้ เขาแปลกใจเล็กน้อย “อ้อ? เจ้าอยากเป็นนักเล่นแร่แปรธาตุ? แม้บอกว่าไม่เป็นที่นิยม แต่ความยากยิ่งมากกว่า ถึงจะเป็นการประเมินผู้เรียนปรุงยาก็เข้มงวดย