ิ่วด้วยท่าทางยิ้มเยาะ
มุมปากเฟิ่งจิ่วกระตุก คิดว่าคนคนนี้เป็นคนแปลกๆ ชื่นชมหรือ? คนอื่นเห็นเช่นนี้ล้วนมองเธอเป็นพวกบ้ากาม แต่คนคนนี้สายตาใจกว้างใจโต มีเพียงความยิ้มเยาะและหยอกล้อ ทำให้เธอไม่รู้จะพูดอะไรดี
“ข้าเห็นน้องชายก็รู้สึกถูกชะตาเป็นพิเศษ พวกเราออกไปดื่มข้างนอกกันสักแก้วไม่ดีกว่าหรือ?” เขาลุกยืนขึ้นและส่งคำเชิญชวนให้เฟิ่งจิ่ว
“เช่นนี้…”
เธอคิดๆ เห็นชายตรงหน้ามองมาด้วยแววตามีรอยยิ้มและสีหน้าเฝ้ารอ ในใจทอดถอนใจเบาๆ ก่อนจะลุกยืนขึ้น “ก็ได้ ออกไปดื่มกันสักแก้ว” อย่างไรเสียก็ว่างไม่มีอะไรทำ ออกไปเดินเล่นสักหน่อยแล้วกัน!
สองคนออกจากโรงเตี๊ยมไป ระหว่าทางก็คุยเล่นไปพลางๆ หลังจากสองฝ่ายลงชื่อเฟิ่งจิ่วก็รู้ว่าเขาคนนี้เป็นลูกชายตระกูลที่มาจากแคว้นระดับหกอีกแคว้นหนึ่ง นามว่าเซียวอี้หาน เป็นคนที่ค่อนข้างเสเพลรักอิสระ แม้เป็นผู้มีพรสวรรค์โดดเด่นแต่ไม่ได้กระตือรือร้นกับการเข้าไปฝึกบำเพ็ญในสำนักศึกษาหมอกดาราเท่าไร ครั้งนี้เป็นเพราะพ่อแม่ออกคำสั่งเข้มงวดถึงจะมาลงชื่อสมัครที่สำนักศึกษาหมอกดารา
ในใจเธอสั่นไหวเล็กน้อย ระดับแคว้นเป็นสิ่งที่สำคัญมากจริงๆ มองไปยังแคว้นระดับเก้าถึงหก มีเพียงแคว้นระดับเก้ากับแปดที่อยากจะเข้าสำนักศึกษาต้องแข่งขันกัน สองสามชื่อแรกถึงจะมีคุณสมบัติเข้ามาลงชื่อที่สำนักศึกษา แต่ก็แค่ลงชื่อไว้เข้าได้ไม่ได้เป็นอีกเรื่องหนึ่ง
แต่ลูกตระกูลจากแคว้นระดับเจ็ดและหกกลับมาลงชื่อเข้า