ฟน้อยรังแกหรือเปล่า?” เธอเอ่ยถามยิ้มๆ พลางลูบเส้นขนแสนปุกปุยของอสูรกลืนเมฆา
อสูรกลืนเมฆาได้ยินก็มองไปทางร่างเล็กที่กำลังฝึกบำเพ็ญ จากนั้นเอ่ยปาก “นายท่าน ข้าออกไปอยู่กับเหล่าไป๋ได้หรือไม่?” แม้ข้างในนี้จะอุดมไปด้วยพลังวิญญาณ แต่สัตว์เทวะในตำนานตนนั้นอยู่ที่นี่ แรงกดดันแข็งแกร่งเกินไป มันอกสั่นขวัญแขวนตลอดคงฝึกบำเพ็ญได้ไม่ดี
ได้ยินเช่นนี้ เฟิ่งจิ่วเหลือบมองมัน “เหล่าไป๋เพิ่งสร้างปัญหาให้ข้า หากเจ้าออกไปสัตว์สองตัวอยู่ด้วยกันเรื่องวุ่นวายจะยิ่งมาก” พูดจบเธอก็ลุกยืนขึ้น บอกว่า “ตั้งใจฝึกบำเพ็ญเถอะ!”
เฟิ่งจิ่วออกจากห้วงมิติทันทีเพื่อไม่ให้มันพูดอะไรอีก ก่อนจะถอนหายใจเบาๆ พลางส่ายหน้า ทอดถอนใจว่า “แต่ละตัวนี่อดห่วงไม่ได้เลย”
เธอไม่ได้ออกจากห้องแต่หลับอยู่ข้างในสักพัก กระทั่งท้องฟ้าค่อยๆ มืดลงจนค่ำคืนมาเยือนถึงจะออกจากโรงเตี๊ยม และไปเดินเล่นตามสถานที่บนแผนที่ จนดึกดื่นถึงจะกลับมาพักผ่อนที่โรงเตี๊ยม
เพียงแต่หลังจากกลับมาเธอยังไม่เข้านอน แต่นั่งสมาธิฝึกบำเพ็ญบนเตียง ทว่าเมื่อเธอเรียกรวมกลิ่นอายพลังวิญญาณให้ไหลเวียน กลับพบว่ากลิ่นอายพลังวิญญาณในร่างหายไปอย่างรวดเร็ว ราวกับถูกอะไรบางอย่างดูดซับไว้ พลังวิญญาณจึงไม่อาจก่อตัวกันได้
“เป็นไปได้อย่างไร?”
สีหน้าเธอเปลี่ยนไปเล็กน้อย คิ้วขมวดกันขึ้นมา เธอรวบรวมกลิ่นอายพลังวิญญาณต่อไปอย่างไม่เชื่อ แต่ลองอยู่หลายครั้งกลิ่นอายพลังวิญญาณในร่างล้วนไม่ก่อต