ม่ใช่ม้า มีความคล้ายแรดบางส่วน เคลื่อนไปบนถนนใหญ่ที่คนสัญจรไปมาโดยไม่ชะลอความเร็ว ชาวบ้านบนถนนตกใจเสียจนพากันอุทานและหลบเลี่ยง
ท่ามกลางความเร่งรีบ เด็กน้อยคนหนึ่งที่ยืนอยู่หน้าน้ำตาลปั้นรูปคนปากอมนิ้วมือพลางมองพ่อค้าหาบเร่ที่กำลังทำน้ำตาลปั้นรูปคน ทว่าพ่อค้าหาบเร่คนนั้นเห็นรถลากสัตว์วิญญาณสี่ตัวเคลื่อนมาจึงตกใจเสียจนรีบลากร้านหลบ เด็กน้อยเห็นแล้วคิดจะตามไปกลับโดนชาวบ้านวิ่งชน ร่างเล็กกลิ้งไปบนถนนใหญ่ เห็นรถสัตว์วิญญาณแล่นเข้ามา และเห็นเด็กน้อยที่ทรุดนั่งร้องไห้ไม่รู้ถึงอันตราย ชาวบ้านรอบๆ ก็พากันสูดลมหายใจ พร้อมทั้งส่งเสียงอุทาน
“เฮือก! รถสัตว์วิญญาณคันนั้นไม่หยุดเลย!”
“เด็กคนนั้นยังอยู่กลางถนนนะ!”
“นั่นลูกใครกัน?”
เวลานี้หญิงคนหนึ่งวิ่งออกมาจากร้านค้า เมื่อเห็นเด็กน้อยบนถนนก็ตกใจเสียจนสีหน้าขาวซีด “ลูกแม่!” นางวิ่งเข้าไปแต่ความเร็วของรถสัตว์วิญญาณคันนั้นยังเร็วกว่านางไม่รู้กี่เท่า
เฟิ่งจิ่วที่นั่งบนหลังเหล่าไป๋เห็นว่ารถสัตว์วิญญาณคันนั้นไม่หยุดลง คนคุมรถยังสะบัดแส้ตะโกนเร่งเหมือนไม่เห็นชีวิตนั้นในสายตา จึงขมวดคิ้วโดยฉับพลัน กำลังจะโผตัวพุ่งไปพาเด็กคนนั้นหลบ ก็เห็นร่างงดงามสีฟ้าอ่อนลอยพุ่งลงมาจากชั้นสองของโรงเหล้า
แค่ทักษะชั่วพริบตาก็ช่วยเด็กคนนั้นไว้ และพามาส่งให้แม่ของเด็กน้อย คล้ายกำลังเตือนอะไรบางอย่าง หญิงคนนั้นพยักหน้ารัวๆ แล้วขอบคุณผู้หญิงคนนั้นด้วยความซาบซึ้งใจ
รถสัตว์วิญญา