ไม่บาดเจ็บจริงหรือ?”
เยี่ยจิงส่ายหน้าเบาๆ พลางยิ้มน้อยๆ “ข้าไม่ได้บาดเจ็บ”
“ไม่บาดเจ็บก็ดีแล้ว เจ้าดูสิ พอออกมานอกสำนักวิชาก็ได้อวดฝีไม้ลายมือเสียยกใหญ่ สมกับเป็นเยี่ยจิง หนึ่งในสิบผู้มีพรสวรรค์ของสำนักศึกษาเราจริงๆ” หญิงชุดขาวพูดอย่างหยอกล้อ
เยี่ยจิงยิ้มๆ บอกว่า “พวกเราไปกันเถอะ!”
“ได้สิ” หญิงชุดขาวขานรับ ก่อนจะจับมือกับนางและจากไปพร้อมๆ กันท่ามกลางสายตาทุกคน
เฟิ่งจิ่วลูบคางมองร่างสาวงามค่อยๆ เดินไกลออกไป ในสายตาเธอ เยี่ยจิงคนนั้นช่างเป็นสาวงามที่เห็นได้ยากจริงๆ ท่ากายที่โดดลงจากชั้นสองนั้นยิ่งยอดเยี่ยม เห็นได้เลยว่าไม่ใช่แค่รูปโฉมโดดเด่นแม้แต่วรยุทธ์ยังไม่เลว
สิบผู้มีพรสวรรค์ของสำนักศึกษาหมอกดารา? อืม ช่างทำให้คนตั้งตารอเสียจริง!
“อ๊ะ! นั่นเยี่ยจิง นึกไม่ถึงเลยว่าจะได้เห็นนางที่นี่ นางเป็นเทพธิดาของข้า!” หนุ่มน้อยผิวคล้ำที่จูงเหล่าไป๋มองสาวงามที่เดินไปไกลด้วยท่าทางตื่นเต้น เพราะความตื่นเต้นจึงไม่รู้ว่าเชือกที่จูงไว้คลายออก
เฟิ่งไม่ได้สังเกต เห็นท่าทางตื่นเต้นของหนุ่มน้อยผิวคล้ำก็หลุดยิ้มอย่างกลั้นไม่อยู่ กำลังคิดจะใช้หญ้าหางสุนัขในมือเรียกสติเขากลับมา ก็เห็นจมูกเหล่าไป๋ด้านล่างพ่นล้มหายใจออกมา กระทืบกีบม้าอย่างตื่นตาตื่นใจ แล้วสับขาไล่ตามสาวงามเยี่ยจิงด้านหน้าไป
“เหล่าไป๋? เจ้าทำอะไรเนี่ย?”
เฟิ่งจิ่วสีหน้าตื่นตระหนก เดิมทีขาขัดสมาธิไว้ข้างหนึ่งพอเหล่าไป๋วิ่งเตลิดก็แทบจะตกลงมาจากห