เอ่ยปากโดยไม่เงยหน้า “เม็ดเดียวก็มากพอแล้ว”
ระหว่างพูดเขาก็กินข้าวต้มเสร็จ เก็บข้าวของตรงหน้าตน แล้วหันตัวเดินเข้าห้องครัวไป ไม่นานนักก็เดินออกมา และจากไปทันทีโดยไม่บอกอะไรสักคำ
เฟิ่งจิ่วมือหนึ่งเท้าแก้มกะพริบตามองร่างชายชราที่ไกลออกไป เอ่ยถามเสียงเบาราวกับกระซิบว่า “นี่เพิ่งเดือนสามเอง มีเม็ดบัวแล้วหรือ? แต่กลิ่นเม็ดบัวนี้หอมจริงๆ ไม่รู้เลยว่าเป็นชนิดไหน?”
เธอกินข้าวต้มอีกสองสามคำ กลิ่นหอมเม็ดบัวที่เข้าปากกระจายอยู่ปลายลิ้น ช่างเป็นรสชาติที่ติดลิ้นยิ่งนัก
หลังจากเติมท้องจนอิ่ม เธอก็กลับเรือนไปฝึกบำเพ็ญ เรื่องที่กลืนเม็ดบัวเขียวซึ่งส่งกลิ่นหอมอบอวลเม็ดนั้นไปจึงถูกเธอลืมทิ้งไปอย่างรวดเร็ว เพราะตามเวลาที่ผ่านไปก็ใกล้จะถึงวันรับสมัครนักเรียนของสำนักศึกษาหมอกดาราเข้าไปทุกที
วันนี้หลังจากเธอสั่งการเรื่องบางอย่างกับวิญญาณผู้ฝึกตนสองสามตนที่ฝึกบำเพ็ญในเวิ้งสวนท้อ ก็สั่งเสียกับชายชราคนกวาดพื้น ใจความสำคัญว่าเธอต้องออกไปฝึกบำเพ็ญที่สำนักศึกษาหกดาราแคว้นเหินเวหา จะไม่กลับมาในเวลาสั้นๆ จึงให้พวกเขาคอยดูแลที่นี่แล้วกลับไปพระราชวัง
หลังจากจัดการธุระเรียบร้อย เธอก็คุยกับครอบครัวในท้องพระโรงสักพัก และฟังคำกำชับตักเตือนจากพวกเขา
“เสี่ยวจิ่ว เจ้าออกไปครั้งนี้จะไม่พาใครไปด้วยหรือ? จะไปสำนักศึกษาหกดาราคนเดียวโดยที่ข้างกายไม่มีใครสักคนได้อย่างไร? เช่นนั้นก็เรียกเหลิ่งซวงกลับมาจากค่ายองครักษ์ และไปด้วย