ัวเหล่าไป๋ บนร่างเขายังมีผ้าจีบดอกไม้แดงอีกดอกผูกคาดไว้ วันนี้เขาดีมีชีวิตชีวา ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้มแห่งความปีติ
ด้านหลังเขามีเกี้ยวใหญ่เท่าแปดคนแบก ด้านหน้าและด้านหลังเกี้ยวเจ้าสาวมีนางกำนัลถือตะกร้าดอกไม้แปดคนคอยติดตาม เดินไปพลางโปรยกลีบดอกไม้สด เสียงเป่าแตรตีกลองต่างรื่นเริงยินดี ทำให้ชาวบ้านทั้งเด็กและผู้ใหญ่ในเมืองพากันมุงดู และตามขบวนแห่ไปรับตัวเจ้าสาว
ขณะผู้เฒ่ามุ่งหน้าไปรับตัวเจ้าสาว ภายในพระราชวัง เฟิ่งเซียวกับเฟิ่งจิ่วสองคนยืนบนหลังวังมองอยู่ไกลๆ เห็นขบวนรับตัวเจ้าสาวเคลื่อนไปอย่างเอิกเกริก เฟิ่งเซียวเอ่ยยิ้มๆ อย่างทอดถอนใจโดยพลัน “เห็นผู้เฒ่าแต่งงาน ข้ากลับรู้สึกเหมือนมองลูกชายแต่งภรรยา”
“หึ!”
ได้ยินคำพูดนี้ เฟิ่งจิ่วหลุดหัวเราะออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่ ในดวงตามีรอยยิ้มที่ไม่อาจทนเก็บไว้ กล่าวอย่างหยอกล้อว่า “ที่แท้ไม่ใช่ข้าคนเดียวที่รู้สึกเช่นนี้ นึกไม่ถึงว่าท่านพ่อก็ด้วย!”
“ฮ่าๆๆ คำพูดเช่นนี้เราสองพ่อลูกคุยกันที่นี่ก็พอ จะให้ผู้เฒ่าได้ยินไม่ได้ มิเช่นนั้นต้องตำหนิพวกเราแน่”
เฟิ่งเซียวหัวเราะลั่น มีความรู้สึกเช่นนั้นได้ จริงๆ ก็เพราะครอบครัวพวกเขาไม่ได้จัดงานมงคลมานานมากแล้ว โดยเฉพาะเมื่องานมงคลนี้ไม่ได้จัดให้ลูกสาวแต่เป็นพ่อของเขา จึงรู้สึกแปลกๆ เป็นธรรมดา
ยามสองพ่อลูกมองขบวนรับตัวเจ้าสาวจากมุมสูงพลางพูดคุยกัน ทางตระกูลหลินก็ทั้งตื่นเต้นและคึกคัก…
“เกี้ยวเจ้าสาวใกล้มาถึ