งเสด็จพ่อพวกเขาที่เจือยิ้มเยาะดังขึ้น พวกเขาตกใจจนรีบร้อนเก็บความโกรธบนใบหน้าไป นั่งเป็นระเบียบเรียบร้อย และหลุบตาเล็กน้อยพร้อมฟังความ
“ลูกข้า ยากนักที่จะมาถึงราชวงศ์เฟิ่งหวง องค์หญิงที่โดดเด่นเช่นนี้ พวกเจ้าต้องคว้าโอกาสครั้งนี้ไว้ และขอองค์หญิงชี้แนะพวกเจ้าให้มากๆ หน่อย”
ได้ยินคำพูดนี้ เหล่าองค์ชายแปดคนนั้นที่หลุบตาลงแต่ละคนแอบกัดฟันกรอดอย่างขุ่นเคือง พวกเขาโดนชี้แนะไปตั้งแต่แรกแล้ว หน้าบวมช้ำเช่นนี้ต้องขอบคุณนางไม่ใช่หรือ?
ทว่าพวกเขากลับไม่กล้าไม่เชื่อฟัง จึงจำใจขานรับว่า “พ่ะย่ะค่ะ พวกเราจะจำคำแนะนำเสด็จพ่อไว้ และจะให้องค์หญิงคอยชี้แนะแน่นอน”
เฟิ่งจิ่วฟังแล้วกลับยิ้ม บอกว่า “ข้าไม่กล้าชี้แนะ หากองค์ชายทั้งหลายไม่ยอมแพ้ ข้าก็เต็มใจอย่างยิ่งที่จะฝึกซ้อมกับพวกท่านให้มากๆ เพคะ”
ครั้นเอ่ยถึงคำว่าฝึกซ้อม แววตาเธอที่ยิ้มแย้มก็หยุดลงบนร่างคนพวกนั้น นัยน์ตายังมีรอยยิ้มซึ่งมีเพียงพวกเขาที่เข้าใจ
“ฮ่าๆๆ ดีๆๆ องค์หญิงเอ่ยเช่นนี้พวกเราก็วางใจ” ผู้ครองแคว้นทุกท่านหัวเราะเสียงดัง สำหรับพวกเขา การฝึกซ้อมกับเฟิ่งจิ่ว หนึ่งคือได้รับการชี้แนะจากนาง สองคือได้กระชับความสัมพันธ์ มีแต่ประโยชน์ไม่มีผลเสีย
หลังจากได้ยินคำพูดนาง มีเพียงองค์ชายแปดคนนั้นที่จับใบหน้าตนเองโดยไม่รู้ตัว รู้สึกว่าบาดแผลบนหน้าเจ็บแปลบขึ้นมาอีกครั้ง…
ผ่านไปอีกสักพัก หลังจากทุกคนแยกย้ายกันไป ภายในท้องพระโรงก็เหลือแค่พ่อลูกสองคน เ