้สึกถึงการมาของนาง ผู้เฒ่าที่เดิมทีหลับตาอยู่จึงค่อยๆ ลืมตาขึ้น เมื่อสายตาหยุดลงบนร่างเฟิ่งจิ่ว ในดวงตาก็เผยความรักใคร่เอ็นดู
“แม่หนูเฟิ่ง มาแล้วทำไมถึงยืนอยู่ตรงนั้นเงียบๆ เล่า?”
เฟิ่งจิ่วเผยรอยยิ้มออกมา ยิ้มพลางเดินเข้าไป “ข้าอยากดูว่าท่านปู่จะสังเกตเห็นว่าข้ามาเมื่อไรน่ะสิเจ้าคะ!”
“เหอะๆ เจ้าเข้าป่าไผ่มาปู่ก็รู้แล้ว” เขาพูดยิ้มๆ ทำท่าเชื้อเชิญให้นางเข้ามานั่งลงบนก้อนหินใหญ่ ถามว่า “ข้าได้ยินพวกองครักษ์บอกว่าเจ้าเก็บตัวฝึกบำเพ็ญ ออกมาตั้งแต่เมื่อใด?”
ระหว่างพูด สายตาเขากวาดผ่านไปบนร่างนาง เมื่อเห็นว่านางบรรลุถึงระดับบรรพชนนักรบก็แปลกใจเล็กน้อยอย่างอดไม่ได้ “เจ้าเป็นบรรพชนนักรบแล้ว?” กลายเป็นบรรพชนนักรบภายในเวลาสั้นๆ เพียงนี้ พรสวรรค์นางช่างน่าอัศจรรย์จริงๆ
เฟิ่งจิ่วพยักหน้าด้วยรอยยิ้ม และมานั่งลงข้างกายเขา
เธอไม่ได้เก็บซ่อนวรยุทธ์ เขาจึงมองออกได้ แต่เขาทำได้เพียงเห็นวรยุทธ์พลังเร้นลับ ส่วนวรยุทธ์พลังวิญญาณกลับเขามองไม่เห็น
“เดิมทีจะบรรลุผ่านบรรพชนนักรบ แต่ถึงตรงนี้แล้วก็ติดขัดบรรลุขั้นไม่ได้มาตลอด ดังนั้นข้าจึงไม่ฝึกบำเพ็ญต่อ คิดว่าค่อยเป็นค่อยไปแล้วกันเจ้าค่ะ!”
เธอหรี่ตายิ้ม มองเขาพลางถามด้วยความสงสัย “ท่านปู่ ท่านน้าซู่ซีมาถึงที่นี่แล้ว ท่านจะแอบๆ ไปดูสักหน่อยไหมเจ้าคะ?”
ได้ยินคำพูดนี้ ใบหน้าผู้เฒ่าเฟิ่งก็เผยแววอึดอัดใจ กระแอมไอเบาๆ ขณะที่สายตาเลื่อนลอย…
………………………………………………….