งล่าง กลับนึกไม่ถึงว่าเฟิ่งจิ่วจะยกขาขึ้นเตะ ปลายเท้าเต็มไปด้วยกลิ่นอายพลังเร้นลับที่ดูเหมือนไร้เรี่ยวแรงทว่ามีพลังลับแฝงไว้เตะเข้าตรงง่ามระหว่างนิ้วโป้งกับนิ้วชี้ ขณะที่ง่ามนิ้วเขาเกิดอาการชา ฝ่ามือพลังเร้นลับพลันเปลี่ยนไป ก็เห็นเพียงนางลอยตัวหมุนมาเตะบนร่างเขาหลายครั้งติดต่อกัน
“อ๊าก!” เขาร้องอย่างเจ็บปวด ร่างกายเสียสมดุล เท้าก้าวถอยหลังไป
คนอื่นด้านล่างเห็นเช่นนั้น จิตใจก็สั่นไหวเล็กน้อย อีกคนหนึ่งจึงกระโดดขึ้นมา “ข้าขอประชันฝีมือกับองค์หญิง!”
สิ้นเสียง องค์ชายคนนั้นกระโจนขึ้นกลางอากาศสะบัดขากวาดออกไปด้วยพลังที่กวาดล้างศัตรู ทว่าเมื่อถูกเฟิ่งจิ่วถีบเข้าเส้นลมปราณตรงข้างต้นขา ความรู้สึกชาก็ถาโถมเข้ามาอย่างยากจะทน จากนั้นร่วงลงบนเวทีทันทีอย่างน่าอาย
สองขาหนีบกันแน่น อยากจะยื่นมือไปนวดจุดที่ด้านชา แต่ยังฝืนทนเพราะมันใกล้กับตรงเป้าและไม่อยากเสียมารยาทต่อหน้าคนอื่น เวลานั้นเห็นเพียงว่าเขาบิดซ้ายบิดขวาพลางลอบสูดหายใจ แม้แต่สีหน้ายังแปลกพิลึก
“องค์ชายท่านนี้ ท่านยังดีอยู่หรือไม่?” เฟิ่งจิ่วเผยสีหน้าเป็นกังวล เอ่ยถามด้วยเจตนาดี คิดๆ แล้วจึงบอกอีกว่า “อันที่จริงลูกเตะนั่นข้าใช้แรงไปไม่เท่าไร คงไม่เจ็บมากนักหรอก”
องค์ชายคนนั้นใบหน้าแดงก่ำพลางกลั้นหายใจ แม้แต่คำพูดยังพูดไม่ออก
ไม่ได้เจ็บ แต่ความรู้สึกด้านชาเช่นนั้นเหมือนมีมดแมลงนับพันกำลังกัดแทะ ชาจนเข้ากระดูก เขาอดทนจนขนลุกไปหมดทั้งร่าง ท