ขาเพียงคิดจะสั่งสอนองค์หญิงราชวงศ์เฟิ่งหวงผู้หยิ่งผยองคนนี้เสียหน่อย!
ทว่าเมื่อเห็นพวกเขาลงมือ มุมปากเฟิ่งจิ่วยกยิ้ม ก่อนจะรวบรวมกลิ่นอายพลังเร้นลับบนร่างขึ้นมา ร่างสีขาวพุ่งไปหาพวกเขาด้วยความเร็วที่มากกว่าก่อนหน้านี้หลายเท่า ได้ยินเพียงเสียงหมัดกระทบตามด้วยกรีดร้องเจ็บปวดแต่ละเสียงดังขึ้นรางๆ
“อึก!”
“อ๊าก!”
“อั่ก! ตาข้า…”
ได้ยินเสียงร้องเจ็บปวดที่ลอยมาจากบนเวที เหล่าทหารอารักขาที่เฝ้าอยู่ลานฝึกประลองยุทธ์จึงหันมองไปบนเวทีเงียบๆ เมื่อเห็นคนเจ็ดแปดคนบนเวทีล้อมโจมตีองค์หญิงพวกเขา แต่ละคนต่างแอบส่ายหน้า
นั่นเป็นองค์หญิงแห่งราชวงศ์เฟิ่งหวง และเป็นนายแห่งองครักษ์ตระกูลเฟิ่ง ไม่ต้องพูดถึงว่าแค่มีคนเจ็ดแปดคนล้อมโจมตีเลย พวกเขาอยู่ที่นี่เคยเห็นคนเป็นสิบล้อมโจมตียังทำร้ายนายท่านไม่ได้แม้แต่น้อย ตรงกันข้าม สุดท้ายทุกคนก็ถูกจัดการอย่างป่าเถื่อน
องค์ชายพวกนั้นช่างกล้านัก คิดจะสู้กับนายท่านพวกเขากลับไม่สอบถามเสียหน่อย น่ากวนใจจริงๆ
เมื่อเห็นภาพเช่นนั้นบนเวที ด้านล่าง หงส์ไฟน้อยหยิบโสมชิ้นหนึ่งออกมาจากอกเสื้อ กัดไปพลางชมไปพลาง ถามว่า “เจ้าว่าพวกเขาจะบาดเจ็บหนักหรือเปล่า?”
เหลิ่งซวงก้มหน้าลงมองเขาเล็กน้อย บอกว่า “ถึงไม่ตายก็ต้องเจ็บหนัก”
หากพวกเขาไม่ใช่องค์ชายต่างแคว้นที่มาเข้าร่วมงานแต่งท่านผู้เฒ่า แค่พวกเขากล้าใช้สายตาแทะโลมเช่นนั้นจ้องมองนายท่านก็มากพอจะให้พวกเขาตายสักร้อยครั้งแล้ว
“อืม ข้าก็ค