บซู่ซีเสียก่อน หากตระกูลหลินเราจะเก็บสินสอดกล่องนี้ไว้ สินเดิมเจ้าสาวนั้นจะให้นางน้อยกว่าไม่ได้แน่นอน”
หลินป๋อเหิงครุ่นคิดสักพัก บอกว่า “เรื่องนี้ให้ข้าไปคุยกับซู่ซีหน่อยแล้วกัน!”
หลินเหล่าคนรองข้างๆ คิดๆ แล้วจึงถาม “ท่านพ่อ เช่นนั้นยานี้พวกเรายังต้องนำไปให้สมาคมนักปรุงยาตรวจสอบหรือไม่ขอรับ?”
ได้ยินคำพูดนี้ สายตาทุกคนมองไปทางผู้เฒ่าอีกครั้ง ถูกทุกคนมองเสียจนไฟโทสะลุกโชนขึ้นมา จึงเอ่ยอย่างไม่สบอารมณ์ว่า “เจ้ากลัวจะไม่มีใครรู้ว่าตระกูลเรามียาร้อยขวดหรือ? ยังจะนำไปให้สมาคมนักปรุงยาตรวจสอบอีก? ลวดลายบนขวดนี้เขียนไว้ชัดเจน ยังมีอะไรผิดไปหรือไร?”
โดนสั่งสอนเช่นนี้ หลินเหล่าคนรองยิ้มหน้าเหยเก พร้อมก้มหน้าลงอย่างอับอาย
“เจ้าใหญ่ เจ้าเก็บยาร้อยขวดนี้ไปด้วยตนเองเถอะ รอผ่านไปสักระยะค่อยจัดการ ทุกขวดล้วนล้ำค่ายิ่งนัก จะใช้พร่ำเพรื่อไม่ได้เด็ดขาด” ผู้เฒ่ากำชับ
“ขอรับ” หลินป๋อเหิงขานรับอย่างจริงจัง แล้วเก็บกล่องเข้าห้องมิติไปก่อน
หลินเฉิงจื้อเห็นผู้เฒ่าเอามือไพล่หลังพลางครุ่นคิด จึงถามว่า “ท่านปู่ ยังมีอะไรไม่ถูกต้องหรือไม่ขอรับ?”
“ข้ากำลังคิดว่าราชวงศ์เฟิ่งหวงเป็นแค่แคว้นเล็กระดับเก้า จะหายาภูตหมอร้อยขวดมาได้อย่างไร ได้ยินพวกเจ้าเอ่ยถึงรูปร่างหน้าตาแม่หนูที่ชื่อเฟิ่งจิ่วคนนั้น…” น้ำเสียงผู้เฒ่าชะงักไป ไม่ได้พูดอะไรต่อ
หลินเหล่าคนรองสะดุดใจทันที ห้วงความคิดมีอะไรบางอย่างฉายผ่าน ก่อนจะตกใจทันที “