ยานั้นไม่ธรรมดา เกรงว่าจะเป็นยาล้ำค่าจริงๆ”
หลินป๋อเหิงที่ดื่มน้ำชาชายตามองเขา เอ่ยถามอย่างใจเย็นว่า “ทำไมเจ้าคิดเช่นนั้น?”
“ท่านพ่อลืมเรื่องที่ตรวจสอบตอนนั้นแล้วหรือ? เฟิ่งจิ่วหลานสาวท่านอาเฟิ่งคนนี้ไม่ใช่คนธรรมดา หนำซ้ำท่านอาเฟิ่งเพิ่งกลับไปนานแค่ไหนเอง นึกไม่ถึงว่าจะบรรลุระดับจักรพรรดินักรบแล้ว จากข้อนี้ก็พอรู้ได้ว่าต้องมียาช่วยแน่ๆ ประกอบกับพวกเขายังส่งยาร้อยขวดมาอีก จึงยิ่งพิสูจน์เรื่องนี้ได้”
“เจ้าหมายความว่าพวกเขามีนักปรุงยา?”
หลินเฉิงจื้อพยักหน้า “ขอรับ หนำซ้ำเดาว่าคงเป็นนักปรุงยาที่ระดับไม่ได้ด้อยด้วย ดังนั้นข้าจึงคิดว่ายาร้อยขวดนั้นไม่ธรรมดา”
ได้ยินเช่นนี้แล้ว หลินป๋อเหิงครุ่นคิดสักพัก บอกว่า “พวกเราคลุกคลีกับเรื่องยาค่อนข้างน้อย หากอยากรู้จริง เดาว่ามีแต่ต้องนำไปให้สมาคมนักปรุงยาตรวจสอบเสียหน่อย” ขณะพูดก็ได้ยินเสียงพ่อบ้านรายงานดังมาจากด้านนอก
“ท่านผู้นำตระกูล พวกท่านผู้เฒ่ากลับมาแล้วขอรับ”
สองคนพ่อลูกในห้องหนังสือได้ยินคำพูดเช่นนี้ก็ต่างตกใจ รีบลุกขึ้นเดินออกไป หลินป๋อเหิงถามว่า “อยู่ที่ใด?”
“ตอนนี้อยู่ในห้องโถงใหญ่ขอรับ” เพิ่งสิ้นเสียงพ่อบ้าน หลินป๋อเหิงกับหลินเฉิงจื้อก็ไปยังห้องโถงใหญ่แล้ว
เมื่อมาถึงนอกเรือน ยังไม่ทันเข้าห้องโถง ก็ได้ยินเสียงหัวเราะครึกครื้นจากด้านใน พวกเขาสองคนสาวก้าวเดินเข้าไป เห็นสองคนที่นั่งตรงตำแหน่งอาวุโส หลินป๋อเหิงก็รีบคารวะด้วยความเคารพ
“ท่าน