้นค่อยเรียกสาวใช้มาเตรียมน้ำร้อนอาบ ก่อนจะไปพักผ่อนที่เตียงสักพัก ขณะกึ่งหลับกึ่งตื่นก็เหมือนได้ยินเสียงฟ้าผ่าดังรางๆ
สองคนรับคำสั่งจากไป ส่วนพวกที่เหลืออยู่เฝ้าจวนตระกูลเฟิ่ง ผ่านไปประมาณสองชั่วยามพวกเขาก็กลับมา พร้อมทั้งนำข่าวดีกลับมาด้วย
เฟิ่งจิ่วที่ตื่นขึ้นมาหลังพักผ่อนไปประมาณสองชั่วยามกำลังนั่งกินขนมตรงลานบ้าน ก็เห็นสองคนนั้นเดินเข้ามา หลังจากคารว ะเหลิ่งซวงไปยืนข้างๆ ส่วนฟั่นหลินรายงานว่า
“นายท่าน ท่านผู้เฒ่าข้ามระดับบรรพชนนักรบ และก้าวเข้าสู่ระดับจักรพรรดินักรบแล้วขอรับ”
“ข้าก็คิดเช่นกัน ฟ้าผ่ากลางวันแสกๆ เดาว่าท่านปู่คงบรรลุขั้นแล้ว” เธอวางชามกับตะเกียบลง เช็ดๆ ปากก่อนเอ่ย “เหลิ่งซวง ไปตลาดมืดเป็นเพื่อนข้าที”
“เจ้าค่ะ” เหลิ่งซวงขานรับ และมายังข้างกายนาง
“เจ้าเฝ้าเรือนไปเถอะ ควรทำอะไรก็ไปทำเสีย” เธอกล่าวกับฟั่นหลิน จากนั้นพาเหลิ่งซวงออกไปยังตลาดมืด
เฟิ่งจิ่วที่สวมกระโปรงขาวดูช่างงามผุดผ่องยิ่งนัก รูปโฉมที่เย้ายวนโดดเด่นยิ่งทำให้ไม่ว่าเธอออกมาเมื่อไรก็ล้วนดึงดูดสายตาตะลึงจากคนสัญจรบนท้องถนน
………………………………………………….