บลงในอ้อมแขนเขาอย่างอ่อนแรงถึงจะปล่อยนางไป
เขามองนางที่สีหน้าแดงก่ำและลมหายใจว้าวุ่นเล็กน้อย น้ำเสียงทุ้มต่ำแหบพร่ามีความรู้สึกที่พูดไม่ออกบอกไม่ถูก ถามอย่างทำอะไรไม่ถูกว่า “ใครสอนเจ้า”
“อะไร?”
เฟิ่งจิ่วโดนจูบเสียจนมึน ไม่มีปฏิกิริยาตอบสนอง จนกระทั่งเห็นแววตาลึกล้ำจ้องมองริมฝีปากเธอ และเห็นอารมณ์บนหน้าเขา ถึงจะส่งเสียงหัวเราะเบาๆ อย่างอดไม่อยู่
“แม้ไม่เคยฝึกปฏิบัติ ในหนังสือก็มีบอก! ไม่เข้าใจหรือ?”
ผู้ชายคนนี้ ขี้หึงนักนะ!
ได้ยินเช่นนี้ ดวงตาเขาฉายแววทันใด ที่แท้ในหนังสือก็มีสอนเรื่องนี้? ดูท่ากลับไปต้องสั่งฮุยหลางหามาให้เขาศึกษาสักสองสามเล่มแล้ว
“จริงด้วย ยาระงับพิษเหมันต์ท่านคงเหลือไม่เท่าไรแล้วกระมัง ตอนนี้ข้าก็ไม่ได้ปรุง ท่านไปเช่นนี้พิษเหมันต์จะไม่…”
เขาโอบกอดนาง มองสีหน้าเป็นกังวลของสาวน้อยในอ้อมแขน แล้วเอ่ยยิ้มๆ ว่า “ไม่ต้องหรอก พิษเหมันต์พันปีจะระงับไว้ตลอดไม่ได้ มิเช่นนั้นหากกำเริบผลที่ตามมาจะยิ่งรุนแรง”
“เช่นนั้นหากพิษเหมันต์ออกฤทธิ์จะทำอย่างไร?” สถานการณ์ของเขาคงอันตรายมาก โดยเฉพาะเมื่อคนพวกนั้นเลือกลงมือคืนวันที่สิบห้า ยิ่งอธิบายได้ว่าพวกเขารู้ว่าคืนนั้นกำลังของเขาจะอ่อนแอที่สุด คร่าชีวิตเขาได้ง่ายดายที่สุด
“เรื่องนี้เจ้าไม่ต้องเป็นห่วง ข้ามีความคิดของตนเอง” เขาพูดพลางหยิบสร้อยคอออกมาสวมให้นาง “สร้อยเส้นนี้เป็นของวิเศษป้องกันตัว ไม่ว่าเมื่อใดเจ้าก็อย่าถอดออก”
ตรงหน้าอกร