ย่างเหมาะสมได้”
“แต่…” ผู้เฒ่าเฟิ่งลังเล คิดว่าจะบรรลุถึงระดับนักรบทรงเกียรติด้วยเวลาไม่ถึงสามเดือน เรื่องเช่นนี้เขาไม่กล้าจินตนาการเลย
เฟิ่งจิ่วเห็นเขาขมวดคิ้วเล็กน้อย ใบหน้าเต็มไปด้วยความกังวลและลังเล ก็รู้ว่าเขาเป็นห่วงอะไร จึงกล่าวยิ้มๆ ว่า “ท่านปู่ ทำให้ดีที่สุดก็พอเจ้าค่ะ อย่างไรเสียท่านน้าซู่ซีก็ไม่รังเกียจที่ท่านเป็นคนแก่คนเฒ่า หากบรรลุระดับนักรบทรงเกียรติได้ภายในสามเดือนย่อมเป็นเรื่องดี หากทำไม่ได้ก็ไม่เป็นไร รอหลังแต่งงานยังมีเวลาอีก”
ได้ยินเช่นนี้ ผู้เฒ่าเฟิ่งถึงจะคลายหัวคิ้ว ใบหน้าเผยรอยยิ้มออกมา “เช่นนั้นก็ดี! เรื่องนี้จัดการตามพวกเจ้าว่าเลย แล้วเรื่องสินสอดเล่า?”
“เรื่องสินสอดท่านพ่อจะสั่งคนทำรายการออกมา นอกจากนี้ หากข้าปรุงพวกยาน้ำหรือยาเซียนเสริมเข้าไปอีกเท่าก็ได้แล้วเจ้าค่ะ” เฟิ่งจิ่วพูดพลางหยิบยาสองขวดยื่นให้เขา “ท่านปู่ ตอนนี้ท่านห่างจากระดับจักรพรรดินักรบแค่หนึ่งระดับ ยาสองขวดนี้ท่านรับเอาไว้ แล้วไปเก็บตัวฝึกบำเพ็ญเสียก่อน พอบรรลุขั้นข้าค่อยปรุงให้ท่านต่ออีก”
“ได้”
ผู้เฒ่าพยักหน้า หลังจากรับยามาก็บอกกับเฟิ่งเซียวและเฟิ่งจิ่ว “เช่นนั้นก็ยกเรื่องด้านนอกให้พวกเจ้าจัดการ จริงด้วย วันนั้นข้าบอกว่าจะไปดื่มเหล้ากับเหล่าเกิ่ง ยามนี้เกรงว่าจะไม่มีเวลาแล้ว แม่หนูเฟิ่ง เจ้าส่งคนเข้าไปบอกที เขาจะได้ไม่ต้องรอไปตลอด”
………………………………………………….