แล้วยังทำหน้าเขินอายอีก” ผู้เฒ่าเกิ่งเอ่ยอย่างรู้สึกแปลกใหม่ ทั้งยังพินิจมองผู้เฒ่าเฟิ่งเป็นครั้งคราว
เฟิ่งจิ่วยิ้มเจ้าเล่ห์ กล่าวอย่างมีลับลมคมในว่า “ท่านปู่เจอเรื่องน่ายินดีจึงอารมณ์ดีนัก ท่านปู่เกิ่ง เรื่องนี้ต้องเก็บเป็นความลับชั่วคราวนะเจ้าคะ แต่อีกไม่นานข่าวก็จะออกมาแล้ว ถึงเวลานั้นรับประกันว่าท่านต้องตกใจจนเนื้อเต้น” เธอฉีกยิ้ม
ผู้เฒ่าเฟิ่งนิ่งอึ้งไป จากนั้นค่อยหัวเราะลั่น “ดีๆๆ เช่นนั้นข้าจะรอ ดูซิว่าจะเป็นเรื่องน่ายินดีอะไรกันแน่” เสียงเขาชะงักไป “พวกเจ้าเพิ่งกลับมา ข้าจะไม่ทำให้พวกเจ้าเสียเวลากลับวัง รอมีเวลาแล้วค่อยคุยกันเถอะ”
“ดี เช่นนั้นพวกเราจะกลับไปก่อน รออีกสักสองวันข้าค่อยไปดื่มเหล้ากับเจ้าที่บ้านตระกูลเกิ่ง” ผู้เฒ่าเฟิ่งพูดพลางตบๆ บ่าสหาย จากนั้นเดินไปพร้อมกับหลานสาว
บนถนน คนจากตระกูลไม่น้อยเข้ามาแสดงความยินดี เขาก็คารวะตอบกลับไปตลอดทาง ให้ทุกคนเห็นว่าเขากลับมาอย่างปลอดภัย จนกระทั่งมาถึงพระราชวัง เห็นผู้คนที่เฝ้ารออยู่ตรงประตูวัง ผู้เฒ่าเฟิ่งซาบซึ้งใจอย่างไร้สาเหตุ
อย่างไรเขาก็นึกไม่ถึง ว่าจะมีวันที่ลูกหลานตระกูลเฟิ่งขึ้นรับตำแหน่งผู้ครองแคว้นแทนที่ตระกูลมู่หรง และยิ่งไม่นึกว่าเขาออกไปครั้งเดียวกลับมา ทุกอย่างก็ไม่เหมือนเดิมแล้ว
“ท่านพ่อ!”
เฟิ่งเซียวเข้ามาต้อนรับ เห็นบิดาปลอดภัยไม่เกิดเรื่องอะไร ใจที่เป็นห่วงมาตลอดก็ปล่อยวางได้ในที่สุด เอ่ยอย่างตื่นเต้นและยินดีว่า