วาดสาวงามนั้นมาก”
ซู่ซีได้ฟังก็เม้มปากยิ้ม “มิน่าล่ะปู่เจ้าถึงบอกว่าเจ้าเป็นคนเจ้าเล่ห์เพทุบาย วันนี้นับว่าข้าเข้าใจแล้ว” แค่คำพูดสั้นๆ ไม่กี่ประโยค นางก็รู้สึกได้ถึงความเป็นมิตรที่เฟิ่งจิ่วส่งมา ในใจจึงอิ่มเอมเช่นกัน
“ข้าจะเข้าไปหาท่านปู่ก่อน มาหาตั้งไกลเพียงนี้ เห็นข้าเขาไม่ประหลาดใจกลับตกใจเสียจนต้องซ่อนตัว ช่างทำร้ายจิตใจข้าจริงๆ” เธอกล่าวอย่างยิ้มแย้ม จากนั้นสาวก้าวเดินไปด้านใน ก็เห็นผู้เฒ่าที่คิดจะซ่อนตัวแต่อายที่จะทำเช่นนั้นหันกลับมามองอย่างกระดาก
“มะ แม่หนูเฟิ่ง! หลานมาได้อย่างไร?” หลบก็ไม่ได้ เลี่ยงก็ไม่ได้ ผู้เฒ่าเฟิ่งได้แต่ต้องเผชิญหน้า แต่คิดว่าหากจะให้หลานสาวรู้เรื่องความหลังรักๆ ใคร่ๆ ของตาเฒ่าเช่นเขาก็เขินอายอยู่บ้าง
“ท่านปู่ ท่านไม่ดีใจที่เห็นข้าหรือ?” เธอเก็บรอยยิ้มบนหน้าไป และเผยสีหน้าน้อยอกน้อยใจ “หรือท่านคิดถึงแต่ท่านน้าซู่ซี จึงไม่ต้องการแม่หนูเฟิ่งแล้ว?”
“ไม่ๆๆ ไม่ใช่ ไม่ใช่จริงๆ” ผู้เฒ่าเฟิ่งโบกมือรัวๆ วิตกกังวลจนเหงื่อออก
“หึ!”
เห็นท่าทางเขาแล้ว เฟิ่งจิ่วหลุดหัวเราะอย่างกลั้นไม่อยู่ “พอแล้วท่านปู่ ข้าแกล้งท่านเล่นน่ะ! เรื่องท่านกับท่านน้าซู่ซีข้ารู้หมดแล้ว ครั้งนี้มาแค่อยากเห็นเสียหน่อยว่าท่านสบายดีหรือไม่ จากนี้ไปจะทำเช่นไร? ข้ารู้ว่าท่านปลอดภัยไม่เป็นอะไร แต่ท่านพ่อยังเป็นห่วงนะเจ้าคะ!”
แม้เธอบอกท่านพ่อว่าท่านปู่จะไม่เป็นอะไรแน่ แต่ไม่ได้เห็นด้วยตาตัวเอง เ