หยวนโม่เจ๋อก็ฉายประกาย “พูดถึงเพียงนั้น ข้ายังทำได้ดีไม่พอ?”
เฟิ่งจิ่วกลอกตา “นี่มันไม่เหมือนกัน”
“ไม่เหมือนกันอย่างไร?”
เฟิ่งจิ่วทำพียงชายตามองเขา สายตาลึกซึ้ง แต่กลับไม่เอ่ยปากพูดต่อ แค่บอกว่า “ข้ากลับไปพักผ่อนก่อน พรุ่งนี้จะไปบ้านตระกูลหลินแต่เช้า” กล่าวจบก็หมุนตัวกลับห้องไป
เห็นนางเข้าห้องไปแล้ว แม้แต่ประตูยังลงกลอน นิ้วมือเขาเคาะๆ หน้าโต๊ะอย่างใจลอย ถามขึ้นว่า “ทำไมไม่เหมือนกัน?” สายตากวาดมองไปทางอิ่งอีข้างๆ ที่เป็นเช่นมนุษย์ล่องหน “เจ้ารู้หรือไม่?”
อิ่งอีถูกสายตานายท่านกวาดมอง จึงฝืนใจเดินเข้าไป ชะงักไปนิดและเอ่ยว่า “ข้าน้อยมีความเห็นข้อหนึ่ง หากพูดผิดไป หวังว่านายท่านจะไม่ถือสา”
เซวียนหยวนโม่เจ๋อชำเลืองมองเขา “ว่ามา”
“ขอรับ”
อิ่งอีขานรับ กล่าวว่า “ข้าน้อยไม่รู้ว่า ‘ไม่เหมือนกัน’ ที่คุณชายจิ่วว่าคืออะไร แต่ข้าน้อยมั่นใจได้ว่าคุณชายจิ่วปฏิบัติกับนายท่านต่างจากคนอื่น”
“โอ้?” แววตาเขาวูบไหวเล็กน้อย “ว่าต่อสิ”
“คนอื่นไม่อาจเข้าใกล้ตัวคุณชายจิ่ว แต่นายท่านทำได้ นี่คือสิ่งที่แตกต่างขอรับ”
เซวียนหยวนโม่เจ๋อได้ยินดังนั้นก็คล้ายขบคิดอะไรบางอย่าง ตนเองเป็นคนในสถานการณ์จึงหลงทาง ไม่รู้สึกแตกต่างอะไรจริงๆ แต่อิ่งอีเอ่ยถึงเพียงนี้ ดูเหมือนจะเป็นเช่นนี้จริงๆ
เขาเก็บอารมณ์ มองไปทางอิ่งอีที่ก้มหัวลงน้อยๆ “เจ้ามีประสบการณ์ด้านนี้มาก แต่ทำไมข้าถึงไม่เคยเห็นเจ้าเข้าใกล้ผู้หญิงคนไหนเลย?”
ได้ยินค