ก่ร้านน้ำชาบอกยิ้มๆ ว่า “จมูกคุณชายดีจริงๆ เมื่อครู่มีคนถือของเดินผ่านท่านยังได้กลิ่นรู้ว่าเป็นไก่ เหอะๆ นี่เป็นอาหารรสเลิศขึ้นชื่อของท้องถิ่นเมืองซานเจียงเรา เรียกว่าไก่ย่างหอมหวน อยู่ในร้านห่างออกไปสองถนนใหญ่ ทุกวันมีเพียงร้อยตัว ขายหมดก็ไม่มีอีกแล้ว”
“นายท่านอยากกินหรือขอรับ? ข้าจะไปซื้อให้!” เหลิ่งหวาเอ่ยยิ้มๆ ทำท่าจะลุกขึ้นยืน
“ข้าไปเอง” เหลิ่งซวงบอก ให้สัญญาณเขาอยู่ติดตามนายท่านไป
“อืม หากมีก็ซื้อกลับมาสักสองตัว เดี๋ยวจะถือกลับไปกินที่โรงเตี๊ยม”
“เจ้าค่ะ” เหลิ่งซวงขานรับ หลังจากถามทางก็เดินออกไป
เหลิ่งหวาเฝ้าอยู่ข้างกายเฟิ่งจิ่วไปเงียบๆ บางครั้งก็ช่วยนางรินน้ำชา เห็นมือหนึ่งของนางเท้าแก้มคิดอะไรอยู่ตรงนั้น แต่เมื่อเวลาผ่านไปทีละน้อย กลับยังไม่เห็นพี่สาวของเขากลับมา จึงอดแปลกใจไม่ได้
เขาลุกขึ้นเดินมาตรงหน้าชายชราที่ร้านน้ำชา “เถ้าแก่ ท่านบอกว่าร้านนั้นห่างจากที่นี่ไม่ไกล?”
“ใช่! ไม่ไกล เลี้ยวผ่านถนนสองเส้นก็ถึง ใกล้มากๆ” ชายชราเอ่ยด้วยรอยยิ้ม ทำงานต่อไปพลางถาม “ลูกค้า จะเติมน้ำชาอีกหรือไม่?”
“ไม่ต้องหรอก” เหลิ่งหวาส่ายหน้า ถามอีกว่า “ร้านนั้นค้าขายอย่างไร? ต้องเข้าแถวหรือ?”
ชายชราโบกๆ มือ ตอบว่า “ปกติไม่ต้อง เพราะไก่ย่างหอมหวนราคาไม่ใช่ถูกๆ คนปกติจะไม่ซื้อกันบ่อยๆ ไก่ย่างร้อยตัวอย่างไรก็ต้องขายถึงบ่าย”
ได้ยินเช่นนี้ เหลิ่งหวากลับมาบอกเฟิ่งจิ่วที่โต๊ะ “นายท่าน พี่สาวข้ายังไม่กล