ินก็พลันโมโห ขมวดคิ้วมองเขาอย่างขุ่นเคือง
แม้แต่ซู่ซีที่แอบฟังอยู่ด้านนอกด้วยกันกับหลินเฉิงจื้อได้ยินก็ยังโกรธเคือง นึกว่าเขาจะปฏิเสธอีก ยามกำลังจะเข้าไปกลับถูกเฉิงจื้อกดไหล่ไว้ให้สัญญาณนางว่าคอยอีกประเดี๋ยวและฟังต่อไป
ผู้เฒ่าเฟิ่งในห้องรีบร้อนโบกมือพลางบอก “ไม่ใช่ๆ พี่ใหญ่อย่าเพิ่งเข้าใจผิด ไม่ใช่ว่าข้าไม่อยากแต่งงานกับซู่ซี แต่ซู่ซีรอข้ามาหลายปีเพียงนี้ ข้าคิดว่าจะกลับไปราชวงศ์เฟิ่งหวงให้เฟิ่งเซียวเตรียมตัวเสียหน่อย ข้าจะแต่งซู่ซีกลับบ้านอย่างสมเกียรติ และจัดงานแต่งใหญ่โตให้นาง มิเช่นนั้นคงผิดต่อการรอคอยหลายปีนี้ของนางเกินไป”
อาจเพราะได้คำพูดหลินป๋อเหิงสอนสั่ง ผู้เฒ่าเฟิ่งจึงไม่ติดใจถือสาความต่างของรูปลักษณ์ทั้งสองคนอีกแล้ว ยามนี้ในใจเขาตัดสินใจว่าจะต้องขยันฝึกบำเพ็ญ บรรลุระดับนักรบทรงเกียรติโดยเร็วที่สุด รอกลับถึงราชวงศ์เฟิ่งหวงเขาจะต้องให้แม่หนูเฟิ่งเร่งปรุงยาที่ช่วยให้บรรลุขั้นได้
ได้ยินเช่นนี้ ใบหน้าหลินป๋อเหิงถึงจะเผยรอยยิ้มออกมา ตบๆ บ่าเขาอย่างแรง “ดีๆๆ! เจ้ามีความคิดเช่นนี้พี่ใหญ่ดีใจมาก ฮ่าๆๆๆๆ!”
ทางด้านนอก ซู่ซีที่แอบฟังได้ยินคำพูดด้านในแล้ว ใบหน้าก็เผยรอยยิ้มสุขใจออกมาโดยพลัน ในที่สุดเขาก็ตกลงแล้ว
หลินเฉิงจื้อลากท่านน้าออกมาข้างนอก เอ่ยด้วยรอยยิ้มหยอกล้อว่า “ท่านน้า ความคิดข้าดีกว่าใช่หรือไม่? พอลงมือไปเช่นนี้ท่านอาเฟิ่งก็กลายเป็นอาเขยแล้ว ถึงเวลานั้นท่านน้าอย่าได้ลืมหล