บมือไม่ทัน?” แววตาเฟิ่งจิ่วอมยิ้มเจ้าเล่ห์ จู่ๆ ก็คิดว่าควรทำให้ท่านปู่ประหลาดใจอย่างตั้งตัวไม่ทัน อืม อาจจะจริงอย่างที่ฮุยหลางบอก ต้องตกใจแน่
“พวกเรามีคนเยอะ หาโรงเตี๊ยมกันก่อนดีกว่า! หากเจ้าอยากไปดูก่อน ประเดี๋ยวข้าจะพาเจ้าไป” หลิงโม่หานพูดจบก็พานางเดินตรงไปข้างหน้า คิดว่าต้องหาที่ปักหลักก่อน
“ก็ได้” เธอขานรับ แล้วจึงเรียก “ฮุยหลาง เจ้าสอบถามที่อยู่ตระกูลหลินให้ทีสิ”
“ขอรับ” ฮุยหลางยิ้มรับ
พวกเขาไปหาโรงเตี๊ยมกันก่อน เหมาไว้ทั้งชั้นสอง ส่วนฮุยหลางไปสอบถามที่อยู่จวนตระกูลหลินมา
เวลาแค่ครึ่งก้านธูป ฮุยหลางก็กลับมา บอกเฟิ่งจิ่วที่นั่งอยู่กับนายท่านตรงหน้าต่างชั้นสองว่า “คุณชายจิ่ว จวนตระกูลหลินห่างจากที่นี่เวลาไม่ถึงครึ่งก้านธูป เลี้ยวผ่านถนนไม่กี่เส้นก็ถึง จวนตระกูลหลินเป็นตระกูลเก่าแก่ของที่นี่ แค่สอบถามก็รู้ที่ตั้งแล้ว”
“อ้อ เช่นนั้นก็ไม่ไกล” เธอพยักหน้า ให้สัญญาณเขาไปพักผ่อนอีกโต๊ะหนึ่ง
หลิงโม่หานช่วยเฟิ่งจิ่วคีบพวกอาหาร พูดว่า “กินอะไรเสียหน่อย เดี๋ยวข้าจะออกไปเดินเล่นเป็นเพื่อนเจ้า”
“ได้” เธอยิ้มพลางพยักหน้า มองเขาที่นั่งอยู่ตรงข้ามพลางถามยิ้มๆ “ท่านถอดเคราออกแล้ว ข้าต้องเรียกท่านว่าเจ้าตำหนักยมราชหรือท่านอากันแน่?”
ได้ยินแล้วดวงตาลึกล้ำหยุดชะงักบนใบหน้านางที่มีรอยยิ้มสักพัก เขาวางตะเกียบในมือลงขณะมองนาง นิ้วมือขยับร่ายเขตอาคมกันเสียงโอบล้อมทั้งสองไว้ ในเวลานี้เอง เสียงที่ทั้งท