โทษข้า คนที่เจ้าต้องขอโทษคือซู่ซี เจ้าคิดว่าจะจัดการเรื่องนี้เช่นไร?” เขาทำนิ่งหน้าพลางถามน้ำเสียงทุ้ม
อันที่จริง ภาพนี้ทั้งตลกและน่าแปลกอย่างยิ่ง หลินป๋อเหิงที่นั่งหน้าโต๊ะหนังสือดูแล้วลักษณะยังเป็นวัยกลางคน ท่าทางผึ่งผายยิ่งนัก แต่ผู้เฒ่าเฟิ่งซึ่งยืนเบื้องหน้ากลับห่อไหล่ก้มหน้าลง ราวกับเด็กน้อยที่อยู่ต่อหน้าผู้ใหญ่ ยืนโดนสั่งสอนอยู่ตรงนั้นอย่างขลาดกลัว
“ดะ เดิมคิดว่ารอข้าบรรลุระดับนักรบทรงเกียรติก่อนค่อยแต่งกับซู่ซี อย่างน้อยถึงเวลานั้นข้าจะยิ่งมีความกล้ายืนต่อหน้านาง แต่นึกไม่ถึงว่าดื่มเหล้าแล้วจะกลายเป็นเช่นนี้” เขาเอ่ยเสียงค่อย คิดว่าเรื่องเกิดขึ้นไปแล้ว อย่างไรก็ต้องมีวิธีแก้ไข ดังนั้นจึงก้มหน้าลงด้วยสีหน้าละอายใจ
“เรื่องนี้ข้าจะเชื่อฟังพี่ใหญ่ พี่ใหญ่พูดอย่างไรก็อย่างนั้น”
เห็นเขาเป็นเช่นนี้ หลินป๋อเหิงแค่นเสียงหยันหนักๆ สั่งสอนว่า “เจ้าเป็นผู้ฝึกบำเพ็ญ ยิ่งควรเข้าใจว่าจะสนใจสายตาคนพวกนั้นไม่ได้ ยิ่งไปกว่านั้น พวกเราเป็นผู้ฝึกบำเพ็ญ แตกต่างจากคนธรรมดา เรื่องที่วรยุทธ์ยิ่งสูงรูปลักษณ์ยิ่งอ่อนวัยลงได้เจ้าไม่มีทางไม่รู้ สำหรับเมืองซานเจียงเรา บรรพบุรุษของตระกูลชั้นสูงอายุหลายร้อยปีแล้วยังมีหน้าตาเช่นคุณชายสูงศักดิ์อายุยี่สิบกว่า ลูกหลานเขาอะไรพวกนั้นแต่ละคนรูปลักษณ์ยังแก่กว่าเขาเสียอีก หรือลูกหลานพวกนั้นอยู่ต่อหน้าเขาจะต้องอับอายจนแทรกแผ่นดินหนีด้วย?”
………………………………………………….