น เรือนร่างเยาว์วัยงดงามที่เดิมทียังเลือนรางปรากฏอยู่เบื้องหน้าเขาเช่นนั้น เอวงามน่าโอบกอดยิ่ง ผิวขาวราวหิมะเต็มไปด้วยรอยแดง เรือนร่างอิ่มเอิบน่าหลงใหลทั้งเร่าร้อนและเย้ายวน เขารู้สึกแต่ว่ามีไอร้อนพวยพุ่ง จมูกร้อนฉ่าเหมือนมีอะไรไหลออกมา
ครั้นเห็นเขาจ้องเขม็งมา ซ้ำยังมีเลือดกำเดาไหล นางตกใจทันควัน ก้มหน้าลงมองถึงจะพบว่าร่างตัวเองล่อนจ้อน ทันใดนั้นใบหน้างดงามก็แดงก่ำเพราะความเขินอาย รีบปล่อยผ้าม่านในมือแล้วหยิบเสื้อผ้าจากในห้วงมิติมาสวม
“ตุบ!”
ผู้เฒ่าเฟิ่งที่เดิมทีกลิ้งตกลงมานั่งกอดผ้าห่มอยู่บนพื้น หลังจากเห็นภาพที่งดงามเช่นนั้น ความทรงจำเมื่อคืนก็พรั่งพรูเข้ามาราวกับน้ำท่วม เขาอ้าปากพะงาบๆ แต่กลับพูดอะไรไม่ออก ในความคิดปรากฏเพียงคำพูดหนึ่งประโยค
จบเห่…เขาผิดศีลตอนแก่เสียแล้ว…
ซู่ซีที่เพิ่งสวมเสื้อผ้าเรียบร้อยออกมาก็เห็นเขาล้มลงไปเช่นนั้น จึงตกใจจนรีบร้อนลงจากเตียงไปประคองเขาขึ้นมา “พี่ซานหยวน? ท่านเป็นอย่างไรบ้าง” พลางจับจุดเหรินจง ทำให้เขาได้สติกลับมา
จุดเหรินจงถูกกระตุ้น ผู้เฒ่าเฟิ่งที่เป็นลมไปจึงรู้สึกตัวอีกครั้ง แต่เมื่อเห็นว่าซู่ซีประคองตนไว้ก็ดึงผ้าห่มขึ้นคลุมศีรษะและกลิ้งไปบนพื้นทันที “ซู่ซี…ข้าไม่มีหน้าจะพบเจ้าแล้ว…”
………………………………………………….