ลงตรงโต๊ะ
เมื่อได้ยินว่ามีเหล้ารสเลิศ ผู้เฒ่าเฟิ่งมีชีวิตชีวาขึ้นไม่น้อย “เจ้าเก็บไว้หรือ ครั้งก่อนพ่อก็เจ้านำมาให้ข้าไหหนึ่ง จิ๊ๆ เหล้านั้นกลมกล่อมจนตอนนี้ข้านึกถึงยังน้ำลายไหล เหล้าชั้นเลิศที่นี่มีมากมายดังคาด!”
“ของข้าไม่ได้ด้อยไปกว่าของท่านพ่อหรอก ไม่เชื่อท่านลองชิมดู” เขาหยิบแก้วมา รินให้อีกฝ่ายไม่ถึงครึ่งแก้ว
ผู้เฒ่าเฟิ่งเห็นว่ามีเพียงไม่ถึงครึ่งแก้วจึงหรี่ตา “เจ้าหนูนี่ขี้เหนียวกว่าบิดาเสียอีก น้อยเพียงนี้จะชิมรู้รสได้อย่างไร?”
ได้ยินคำพูดนี้ หลินเฉิงจื้อส่ายหน้าหลุดยิ้มทันควัน “เหอะๆ ท่านอาเฟิ่ง ท่านยังไม่ได้กินอะไรเลยกระมัง? ท้องว่างดื่มเหล้าไม่ดี ชิมเพียงน้อยๆ ก่อน ข้าสั่งคนเตรียมกับแกล้มเหล้าสองสามอย่าง ประเดี๋ยวจะยกเข้ามาแล้ว”
ขณะกำลังพูด ก็เห็นสาวใช้สองสามคนยกอะไรบางอย่างเข้ามา กลับไม่ใช่กับแกล้มเหล้าที่เขาสั่ง แต่เป็นอาหารเย็นที่ซู่ซีสั่งห้องครัวเตรียมมาให้
“ท่านน้าสั่งห้องครัวเตรียมมาให้เจ้าค่ะ” สาวใช้คนหนึ่งบอก แล้วถอยออกไปด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม ภายในจวนตระกูลหลิน ทุกคนต่างเรียกซู่ซีว่าท่านน้า
“เหอะๆ ท่านอาเฟิ่ง ท่านกินก่อนเถอะ อย่ากินอิ่มเกินไปเล่า มิอย่างนั้นเดี๋ยวจะดื่มได้ไม่เท่าไร” เขายิ้มๆ ตบไหเหล้าพลางบอก “เหล้าไหนี้ข้าหยิบมาแล้ว ไม่คิดจะนำกลับไป”
“ฮ่าๆๆ ดี! เจ้ารอไปก่อน คืนนี้ข้าจะดื่มกับเจ้าไม่เมาไม่เลิก!” ผู้เฒ่าเฟิ่งหัวเราะเสียงดัง กินอาหารก่อนเสียหน่อย เห็น