หนึ่งคนในนั้นมุ่งไปยังจวน
ซู่ซีในชุดกระโปรงงามสง่าตามองครักษ์ลับมา เห็นร่างนั้นนั่งเหม่อลอยตรงมุมถนนอยู่ไกลๆ ไม่รู้กำลังคิดอะไร ท่าทางเซื่องซึมไร้สติ คิ้วขมวดเล็กน้อย ใบหน้ามีความเศร้าหม่นที่ไม่แปรเปลี่ยนไป
นางเห็นเขาเป็นเช่นนี้พลันเจ็บปวดใจ ในใจหดหู่ขึ้นมา เอ่ยถามตัวเองเสียงเบาอย่างอดไม่ได้ว่าไม่ควรบังคับเขาเช่นนี้ใช่หรือไม่?
ฝีเท้าที่เดิมทีเตรียมจะเดินเข้าไป เพราะเห็นเขานั่งงงงันอยู่ตรงนั้นจึงก้าวไม่ออก นางยืนมองตรงมุมถนน อยู่เป็นเพื่อนเขาเงียบๆ
องครักษ์ลับสองคนเห็นเช่นนี้ก็มองหน้ากันทันควัน มองตาเฒ่าที่นั่งตรงมุมถนน แล้วมองท่านน้าซู่ซีที่ยืนตรงมุมถนนอีกด้าน ทั้งสองต่างหมดคำจะพูด
จนกระทั่งท้องฟ้ามืดลงแล้ว ผู้เฒ่าเฟิ่งถึงจะลุกขึ้นอย่างเชื่องช้า มือไพล่หลังพลางเดินไปยังบ้านตระกูลหลิน
มุมถนนอีกด้านหนึ่ง ซู่ซียังไม่ปรากฏตัว เพียงมองอยู่ไกลๆ ตามไปอย่างเงียบเชียบ รอจนเขาผ่านประตูใหญ่เข้าไปภายในเขตเรือน ถึงจะสั่งคนรับใช้ในจวนเตรียมพวกของกินส่งไปให้เขา
ชายอายุสี่สิบกว่าผู้หนึ่งเดินออกมา เมื่อเห็นซู่ซีจึงเผยรอยยิ้มออกมา “ท่านน้า ท่านพ่อตามหาท่าน บอกว่าท่านกลับมาแล้วให้ไปที่ห้องหนังสือหน่อยขอรับ”
………………………………………………….