าสตร์ยาเปลี่ยนแปลงไปมาก ขอแค่ศึกษาลงลึก ข้าเชื่อว่าการพัฒนายาเซียนไม่ใช่ปัญหา หนำซ้ำในเมื่อโลกนี้ยังไม่มียาเซียนเช่นนั้นปรากฏ เช่นนั้นหากข้าพัฒนาออกมาได้ นามภูตหมอก็จะโด่งดังไปทั่วหล้า”
เห็นนางทำหน้าได้ใจ ท่าทางมีชีวิตชีวา รอยยิ้มตรงริมฝีปากเขายิ่งกดลึกขึ้นอย่างอดไม่ไหว “อืม คนอื่นข้าไม่รู้ แต่หากคนคนนี้เป็นเจ้า ข้าเชื่อว่าต้องทำได้แน่” กล่าวจบก็ยกน้ำชาขึ้นจิบเบาๆ
ได้ยินเช่นนี้ เฟิ่งจิ่วเหลือบมองเขา “เล่นไม้นี้ให้น้อยหน่อย คืนนี้ต่างคนต่างนอน หากท่านกล้าบุกรุกห้องข้ากลางดึก หึๆ! จะทำให้ท่านไม่ขันทุกนาทีเสียเลย”
“แค่กๆ!”
น้ำชาที่ยังไม่ทันกลืนถูกสำลักออกมาเพราะคำพูดนาง เขากระแอมเบาๆ สองครั้ง วางถ้วยชาลงกวาดมองนางด้วยสีหน้าขุ่นเคืองเล็กน้อย ผู้หญิงคนนี้อยู่ต่อหน้าผู้รับใช้สี่คนไม่ว่าอะไรก็กล้าพูดจริงๆ
ฮุยหลางกับอิ่งอีที่ยืนข้างๆ ก้มหน้าหัวเราะอู้อี้อย่างกลั้นไม่ไหว
เหลิ่งซวงยังคงมีสีหน้าเย็นชา แต่นัยน์ตากลับฉายแววยิ้มหัว มีเพียงเหลิ่งหวาที่ฉีกยิ้มกว้างออกมา ไม่อาจปิดบังรอยยิ้มบนใบหน้า
เฟิ่งจิ่วยักคิ้วไปทางเขา เอ่ยพร้อมหัวเราะเบาๆ “อย่าคิดว่าข้าพูดเล่น ข้าพูดจริง หากท่านอยากลิ้มรสชาติอย่างฮุยหลางตอนแรกก็ลองได้”
ฮุยหลางที่หัวเราะอู้อี้ได้ยิน จู่ๆ รอยยิ้มบนหน้าก็แข็งทื่อ ยิ้มไม่ออกทันที…
………………………………………………….