ก้าวเดินไปด้านในโดยไม่แม้แต่จะทักทาย
แม้เป็นเช่นนี้ ใบหน้าหัวหน้าเคอกลับไม่กล้ามีอาการไม่พอใจเพราะเพิ่งโดนชายคนนั้นกวาดตามอง เมื่อแววตาเฉียบคมลึกล้ำนั้นมองผ่านบนร่างเขา พริบตานั้นร่างกายเหมือนถูกกลิ่นอายหนาวเหน็บเย็นเยียบปกคลุม ทำเอาใจเขาหวาดหวั่น
แค่แววตาเดียวยังทำให้เขาหวาดกลัวได้ ผู้ชายคนนั้นไม่ใช่คนธรรมดาแน่ๆ!
“ขออภัยด้วย เขาเป็นคนแบบนี้แหละ” เฟิ่งจิ่วยิ้มขอโทษ
“ไม่เป็นไรๆ” หัวหน้าเคอหัวเราะร่า จากนั้นถึงตามเขาเข้าไปด้านใน
เหลิ่งหวาสั่งเถ้าแก่เตรียมพวกอาหารส่งขึ้นมาบนห้องปีกชั้นสอง เถ้าแก่ไม่กล้าละเลย รีบสั่งเสี่ยวเอ้อร์ไปจัดการ ในใจถอนหายใจเบาๆ ดีแล้วที่ไม่ได้มาหาเรื่องกัน เขาก็กลัวว่าโรงเตี๊ยมนี้จะโดนถล่มเสียแล้ว
ห้องปีกชั้นสอง เฟิ่งจิ่วกับหลิงโม่หานรวมถึงหัวหน้าเคอสามคนนั่งลงตรงโต๊ะในห้องด้านนอก สุราอาหารยังไม่มา เหลิ่งหวาข้างๆ จึงรินน้ำชาให้ทั้งสามคน จากนั้นไปยืนเงียบอยู่อีกด้าน
“คุณชายจิ่ว นี่เป็นของขวัญที่เตรียมไว้ให้ท่านเป็นพิเศษ” หัวหน้าเคอส่งสัญญาณให้คนนำของขวัญเข้ามา
“ไม่มีผลงานไม่รับสินจ้าง ของขวัญชิ้นนี้ข้าจะรับไว้ได้อย่างไร!”
หัวหน้าเคอยิ้มๆ “เป็นของเฉพาะในท้องถิ่นเล็กๆ น้อยๆ ทั้งนั้น ไม่ใช่ของขวัญล้ำค่าอะไร คุณชายจิ่วโปรดรับไว้ด้วย!”
กล่าวไปเช่นนี้ หากเฟิ่งจิ่วไม่กล้าก็ไม่ไว้หน้ากันแล้ว ดังนั้นเธอจึงให้สัญญาณเหลิ่งหวามมาเก็บของไป พลางบอกกับหัวหน้าเคอ “เช่นนั้นต้อง