ักดิ์สิทธิ์จริงๆ!
หนำซ้ำระดับยาทิพย์ศักดิ์สิทธิ์…เมื่ออยู่ต่อหน้าเฟิ่งจิ่ว แม้แต่พวกเขายังต้องเรียกว่านักปรุงยาทิพย์ศักดิ์สิทธิ์เฟิ่งด้วยความเคารพ…
อวี๋เหล่ามองๆ หนุ่มน้อยแล้วถึงจะรับเหรียญตรามา บอกเฟิ่งจิ่วว่าต้องลงนามรับรองเหรียญตราอย่างไร หลังจากผ่านขั้นตอนมากมาย ก็เห็นเขาถอนหายใจอย่างปลงอนิจจัง แล้วถามอีกว่า “เสี่ยวจิ่ว เจ้าจะไม่ไตร่ตรองหน่อยจริงหรือ? เป็นผู้อาวุโสกิตติมศักดิ์ของสมาคมนักปรุงยาเรามีผลดีไม่น้อยเลยนะ”
ครั้นเอ่ยคำพูดนี้ไป ใบหน้าชราแดงขึ้นอย่างอดไม่ได้ นึกไม่ถึงว่าจะมีวันต้องใช้วิธีเช่นนี้มาล่อเด็กหนุ่มคนหนึ่ง ให้เขากลายเป็นผู้อาวุโสกิตติมศักดิ์ของสมาคม แต่หากวิธีนี้ได้ผลก็ยังดี กลับกลายเป็นว่าหนุ่มน้อยไม่สนใจตำแหน่งผู้อาวุโสกิตติมศักดิ์โดยสิ้นเชิง ชวนให้ปวดหัวเสียจริงๆ
ทว่าเฟิ่งจิ่วรับเหรียญตราที่ผ่านการตรวจสอบและยืนยันมาเก็บ จากนั้นเอ่ยยิ้มๆ “อวี๋เหล่า ข้าแค่ผ่านทางมาจริงๆ ขอรับ อยู่ที่นี่นานไม่ได้ น้ำใจของท่านข้าน้อมรับด้วยใจ สหายข้ายังรออยู่ด้านนอก! ต้องขอตัวก่อน”
แววตาเธอมีรอยยิ้ม ปลาบปลื้มอย่างยิ่งกับการมารับเหรียญตรายาทิพย์ศักดิ์สิทธิ์ เพียงแต่เมื่อเธอประสานมือคารวะและเตรียมตัวจะออกไป ฝีเท้ากลับชะงักลง หันกลับไปมองอวี๋เหล่าแล้วกล่าวว่า “อวี๋เหล่า เรื่องที่ข้าเป็นนักปรุงยาทิพย์ศักดิ์สิทธิ์ขอให้เก็บไว้เป็นความลับด้วย โดยเฉพาะชื่อ ข้าไม่อยากให้มันแพร่งพรายออกไป”