กลัวเพียงใด
หากผิดใจกับนักปรุงยาทิพย์ศักดิ์สิทธิ์ พวกเขาจะจัดการใครไม่จำเป็นต้องลงมือด้วยตนเอง แค่ต้องมอบยาหนึ่งขวดให้ผู้แข็งแกร่งช่วยจัดการโดยตรงก็ได้แล้ว เรื่องเช่นนี้พวกเขาเคยเห็นมามากมายนัก จึงไม่กล้าก่อปัญหาติดตัว
ทางอีกด้านหนึ่ง เฟิ่งจิ่วที่ออกจากสมาคมอารมณ์ดีมาก สูดหายใจเข้าลึกและถอนออกเบาๆ สายตาหันมองไปหยุดลงบนโรงน้ำชาไม่ไกล แล้วสาวก้าวเดินไปทางนั้น
ยังไม่ทันเข้าไปโรงน้ำชา เหลิ่งซวงกับเหลิ่งหวาก็ออกมาต้อนรับ
“นายท่าน ท่านกลับมาแล้ว! เหนื่อยหรือไม่? มาพักผ่อนในโรงน้ำชาเร็วขอรับ”
เหลิ่งซวงทำแค่มองเธอเงียบๆ ในแววตามีความยินดี ส่วนเหลิ่งหวาใบหน้ามีรอยยิ้มเริงร่า ถามว่าเธอเข้าไปนานเพียงนี้การสอบประเมินเหนื่อยหรือไม่พลางนำทางอยู่ด้านหน้า พาเธอขึ้นบนชั้นสองที่เจ้าตำหนักยมราชเหมาไว้ทั้งหมด
เมื่อเดินขึ้นมาถึง เธอกวาดมองชั้นสองที่ว่างโล่งและเงียบสงบ สายตาหันไปหยุดลงบนร่างหลิงโม่หานที่นั่งดื่มชาตรงด้านหน้า เอ่ยยิ้มๆ ว่า “สมกับเป็นคนร่ำรวย! แค่ดื่มชายังเหมาไว้ได้ทั้งชั้นสอง”
ดวงตาดำลึกล้ำของหลิงโม่หานมองไปทางนาง สายตามองจากบนลงล่างอย่างแนบเนียน เห็นนางร่างกายสะอาดสะอ้านเหมือนตอนเข้าไปและไม่เกิดอุบัติเหตุอะไรก็ละสายตากลับ เสียงทุ้มต่ำเปล่งออกมาจากปากเขาอย่างเนิบๆ
“ได้เหรียญตราแล้วทำไมไม่สวมไว้?”
“ฮ่าๆ ข้าเป็นคนโอ้อวดเช่นนั้นหรือ? ข้าไม่สนใจลาภยศสรรเสริญ หากไม่ใช่ว่าต้องใช้เหรียญตรายาทิพ