จึงรีบเดินเข้าไปยังหน้าลานกลั่นยา
“เรียบร้อยแล้ว เชิญตรวจสอบได้ขอรับ!” เฟิ่งจิ่วหยิบขวดหนึ่งให้อวี๋เหล่าตรวจสอบ
หลังดูตั้งแต่เริ่มจนจบ อวี๋เหล่าเข้าใจชัดเจนยิ่งนักว่าหนุ่มน้อยคนนี้เป็นนักปรุงยาทิพย์ศักดิ์สิทธิ์! ฝีมือเช่นนั้นช่างไร้ที่ติ ซ้ำยังคล้ายว่าเขาจะชำนาญความรู้ด้านการกลั่นยาที่แม้แต่อวี๋เหล่ายังไม่เข้าใจด้วย ขณะมองน้ำยาตรงหน้า เขาถึงกับมั่นใจได้ว่านี่คือยาที่พอจะเทียบได้กับยาน้ำวิญญาณได้แล้ว
อีกทั้ง นึกไม่ถึงว่าเด็กหนุ่มจะกลั่นยาสำเร็จโดยใช้เวลาเพียงสามชั่วยาม ความเร็วเช่นนี้เกินความคาดหมายนัก
เขาข่มความตะลึงและตื่นเต้นในใจไว้ หยิบน้ำยาหลอดเล็กออกมาตรวจสอบเปรียบเทียบ ประเมินจากสี และกลิ่น สุดท้ายเขาก็มองเฟิ่งจิ่ว พร้อมถามด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นอย่างยากปิดบัง “สหายน้อย ขอบังอาจถามว่ายานี้มีสรรพคุณเช่นไร?”
“นี่เป็นยาน้ำที่ช่วยบรรลุขั้นวรยุทธ์ ข้าเพิ่มยาเป็นสองเท่า ดังนั้นอย่างน้อยต้องเป็นผู้ฝึกตนวรยุทธ์ระดับหลอมแก่นพลังหรือนักรบพลังเร้นลับระดับจักรพรรดินักรบถึงจะกินได้ ส่วนผลลัพธ์นั้น! ต้องดูที่สภาพการณ์ของแต่ละคน ข้าก็ไม่แน่ใจขอรับ” เธอพูดพลางยักไหล่ อย่างไรเสียก็รู้ว่ายาน้ำที่หยิบออกมามีปริมาณมากเพียงพอแล้ว
เห็นอวี๋เหล่าถือยาน้ำนั้นด้วยสองตาเป็นประกาย ผ่านไปสักพักกลับไม่พูดอะไรสักประโยค สามคนข้างๆ จึงถามทันควัน “อวี๋เหล่า เขาผ่านหรือไม่ผ่าน? สีและกลิ่นของยานี้ถูกต้องหรือไม่กัน