ถึงเลยจริงๆ
เมื่อได้ยินคำตอบสมเหตุสมผลของเด็กหนุ่ม และเห็นสีหน้าท่าทางที่บอกว่าท่านกำลังถามไร้สาระ หน้าผากเขามีเส้นเลือดปรากฏ มุมปากกระตุก บอกอีกครั้งว่า “ยาทิพย์มากเพียงนั้นเจ้าปรุงได้หมดรึ? เจ้าต้องรู้ไว้ แม้จ่ายเงินไปแล้วแต่ยาทิพย์จะใช้สิ้นเปลืองไม่ได้ ทำได้เพียงหยิบยาทิพย์ที่จำเป็นต้องใช้ในการปรุงกลั่นยาไป หากชัดเจนว่าสิ้นเปลืองยาทิพย์โดยไม่จำเป็นจะต้องจ่ายเงินสิบเท่าของราคา”
เธอขมวดคิ้ว “แต่นี่ล้วนเป็นสิ่งที่ข้าต้องใช้” ระหว่างพูดก็ถือยาทิพย์สองตะกร้ามายังลานกลั่นยา
เห็นดังนั้น สุดท้ายอาจารย์อีกสองคนก็ตะโกนบอกอย่างเหลืออด “สิ่งที่ต้องใช้? เจ้าจะใช้อย่างไร? เจ้ารู้และเข้าใจชื่อกับสรรพคุณยาทิพย์พวกนั้นหมดแล้วหรือ? หนำซ้ำยาทิพย์สองตะกร้ายังมีอายุหลายปี นี่ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ”
อาจเพราะนึกอะไรได้ เฟิ่งจิ่วที่เดิมทีขมวดคิ้วจึงเงยหน้ามองพวกเขา สีหน้าประหลาดอยู่บ้าง ถามว่า “อาจารย์ทั้งสาม พวกท่านรู้หรือไม่ว่าข้ามาสอบเหรียญตราอะไร?”
“เหรียญตรานักปรุงยาไม่ใช่หรือ?” หนึ่งในนั้นพูดขึ้น เพราะตั้งแต่เข้ามาจนถึงตอนนี้พวกเขายังไม่ได้ถาม แต่ดูจากอายุของเด็กหนุ่มก็น่าจะมาสอบประเมินเหรียญตรานักปรุงยา!
อาจารย์สองคนข้างๆ มองหนุ่มน้อยแวบหนึ่ง แล้วชำเลืองมองยาทิพย์เต็มสองตะกร้าที่มีอายุหลายปี ก่อนจะส่ายหน้ายกถ้วยชาบนโต๊ะขึ้นมา คิดจะดื่มน้ำชาอย่างช้าๆ
หนุ่มน้อยคนนี้มาสอบประเมินครั้งแรก แม้แต่กฎระเบียบข