ึงยิ่ง”
เห็นคนพวกนั้นนั่งเรือเหาะลำหรูหราจากไป เหล่าหญิงสาวเต็มไปด้วยความเศร้าใจ คนเช่นนั้นโดดเด่นยิ่งนัก ต่างจากพวกนางคนละโลกเลย…
เวลาครึ่งวันพวกเขาก็มาถึงเมืองที่ตั้งสมาคมนักปรุงยา ลงจากเรือเหาะตรงประตูเมือง แล้วเดินเท้าเข้าไป
อาจเพราะโดนผู้หญิงแทบชายแดนทำให้ตกใจ เฟิ่งจิ่วจึงไม่กล้านั่งบนหลังเหล่าไป๋และแสร้งทำเป็นดูดี เพียงส่งเหล่าไป๋ให้เหลิ่งหวาจูง ส่วนอสูรกลืนเมฆาก็เดินตามอยู่ข้างๆ อย่างเชื่องๆ รูปร่างกลมมนทั้งตัวขาวราวหิมะมักทำให้สายตาเหล่าสาวๆ และเด็กน้อยต่างมองตาม
เฟิ่งจิ่วเห็นว่าตอนนี้เย็นแล้ว ท้องฟ้าค่อยๆ มืดลง จึงบอกว่า “ตอนนี้ท้องฟ้าเย็นค่ำแล้ว พวกเราหาที่พักสักคืนดีกว่า พรุ่งนี้เช้าค่อยไปกัน!”
“อืม” หลิงโม่หานขานรับ ส่งสัญญาณว่าไม่มีความเห็น
นายท่านทั้งสองล้วนไม่มีความเห็น พวกเขาด้านหลังยิ่งไม่มีความเห็นอย่างแน่นอน ดังนั้นพวกเขาจึงหาโรงเตี๊ยมที่ห่างจากสมาคมนักปรุงยาไม่ไกลนัก
หลังจากแบ่งห้องเรียบร้อย หลิงโม่หานคิดจะพานางออกไปเดินเล่นด้วยกัน ใครจะรู้ว่าเคาะประตูอยู่นานก็ไม่มีการตอบรับ ฮุยหลางจึงเข้าไปบอกว่า “นายท่าน ข้าน้อยเห็นภูต…” เขามองไปรอบๆ น้ำเสียงชะงักลง แล้วกลืนคำว่าภูตหมอลงไป เอ่ยว่า “เห็นคุณชายจิ่วพาพวกเขาสองคนไปเดินเล่นขอรับ”
ไม่พูดยังดีกว่า พูดไปสีหน้าหลิงโม่หานก็มืดลงทันใด กวาดมองเขาอย่างเย็นชา จากนั้นค่อยหมุนตัวกลับห้องไป
ฮุยหลางลูบๆ จมูก มองอิ่งอีที่เฝ้าอยู