ด้วยฐานะตำแหน่งท่าน คงจะเข้าไปแคว้นระดับสามได้กระมัง?”
ยิ่งเป็นแคว้นรุ่งเรือง อยากจะเข้าไปยิ่งต้องใช้สิ่งรับรองตัวตน ป้ายหยกผ่านทางหนึ่งอันไม่ได้ได้มาง่ายๆ
“จะไปแคว้นระดับสาม? ไปแคว้นไหน? มีเหตุผลอะไร?” เขาไม่รับคำนางทันที แต่เอ่ยถามไป
ได้ยินแล้วเฟิ่งจิ่วนั่งตัวตรง เก็บรอยยิ้มแย้มบนใบหน้า บอกว่า “ข้ามีเบาะแส ท่านปู่ข้าคงอยู่ในแคว้นมหาสันติแคว้นระดับสาม ออกมาครั้งนี้ข้าไม่ได้อยากไปขึ้นเขาเข้าป่าอะไร แค่จะไปสอบถามข่าวคราวที่แคว้นมหาสันติเสียหน่อย”
หลิงโม่หานชำเลืองมองนาง “เจ้าจะเป็นนักปรุงยาไม่ใช่หรือ? ทำไมไม่ไปสอบเหรียญตรายาทิพย์ศักดิ์สิทธิ์ที่สมาคมนักปรุงยาเล่า? ด้วยพรสวรรค์ด้านยาของเจ้าคงบรรลุถึงระดับยาทิพย์ศักดิ์สิทธิ์แล้ว หากมีฐานะเช่นนี้ไม่ต้องพูดถึงแคว้นระดับสามหรอก แม้เป็นแคว้นระดับหนึ่งหรือสองก็เข้าไปได้อย่างอิสระ”
เธอขมวดคิ้วกล่าวว่า “แต่ข้าเคยอ่านข้อมูลมา การประเมินระดับยาทิพย์ศักดิ์สิทธิ์มีเพียงสมาคมนักปรุงยาในแคว้นระดับสามถึงจะมีความสามารถประเมิน ต่ำกว่าแคว้นระดับสามอย่างมากก็มีถึงแค่ระดับยาทิพย์บรรพชน”
“จะไปแคว้นมหาสันติไม่ใช่หรือ? ถึงเวลาเจ้าก็หาโอกาสไปสอบเหรียญตรายาทิพย์ศักดิ์สิทธิ์กลับมาก่อน” ในใจแอบคิดว่า ลำพังแค่ฐานะองค์หญิงราชวงศ์เฟิ่งหวงยังไม่อยู่ในสายตาคนพวกนั้นหรอก แต่หากนางนำเหรียญตราพลังด้านนักปรุงยาหรือนักเล่นแร่แปรธาตุที่น่าทึ่งมาได้ก็จะแตกต่างออกไป
ส่วนเฟ