รือ? ท่านแอบคิดถึงท่านแม่อยู่ที่นี่ใช่หรือไม่?” สิ้นเสียง เธอคล้ายจะพบว่าตนไม่มีความทรงจำเกี่ยวกับแม่เลย แม้แต่ภายในจวน ตลอดมายังไม่เคยมีใครพูดถึงเรื่องนี้เช่นกัน
“เฮ้อ!” เฟิ่งเซียวถอนหายใจแล้วนั่งลง
เห็นเช่นนี้เฟิ่งจิ่วจึงหุบยิ้มลง ยกเก้าอี้มานั่งลงข้างกายเขา ก่อนจะยื่นปิ่นหยกขาวประดับอัญมณีสีม่วงในมือคืนให้ “ท่านพ่อ เล่าเรื่องท่านแม่ให้ลูกฟังหน่อยสิเจ้าคะ! นางยังมีชีวิตอยู่หรือเปล่า? ลูกอายุสิบหกแล้ว ก่อนหน้านี้ยังไม่เคยได้ยินพวกท่านเอ่ยถึงท่านแม่เลย ท่านเล่าเรื่องนางให้ฟังหน่อยเถอะ!”
ทำให้พ่อเธอไม่แต่งงานอีกเลยตั้งหลายปีเพียงนี้ และข้างกายยังไม่มีผู้หญิงสักคน เขาต้องรักนางมากแน่ แต่ไม่รู้ว่าแม่เป็นผู้หญิงแบบไหน? ถึงทำให้ชายแกร่งผู้ซื่อสัตย์เถรตรงแอบซ่อนตัวอยู่ที่นี่ ถือของเก่าที่เห็นแล้วนึกถึงนางพลางรู้สึกหดหู่ใจ
เฟิ่งเซียวรับปิ่นหยกขาวประดับอัญมณีสีม่วงนั้นมา บอกว่า “ปิ่นหยกขาวผลึกม่วงอันนี้เป็นของแม่เจ้าจริงๆ นอกจากนางจะทิ้งเจ้าไว้ให้พ่อ ก็มีเพียงปิ่นปักผมชิ้นนี้เอง”
“ในเมื่อท่านพ่อรักท่านแม่มาก ทำไมหลายปีมานี้ไม่เคยได้ยินท่านเอ่ยถึงนางเลย? ท่านแม่ล่ะ? นางยังมีชีวิตอยู่หรือไม่เจ้าคะ?” เธอถามอีกครั้ง
เฟิ่งเซียวมองปิ่นปักผมในมือ เอ่ยอย่างแผ่วเบาว่า “ไม่ใช่ว่าพ่อไม่อยากเอ่ยถึง แต่ก่อนหน้านี้พ่อลืมนางไป ไม่รู้ว่านางเป็นใคร อยู่ไหน และเป็นคนที่ใดด้วย รู้เพียงว่าในใจพ่อมีผู้หญิงคนเด