าแล้ว เขาจะไม่เคียดแค้นที่ตระกูลเฟิ่งช่วงชิงแคว้นของตระกูลมู่หรงไป และบีบให้พ่อเขาต้องตาย
หากไม่ใช่เพราะสิ่งที่พ่อเขาทำในวันนั้น ตระกูลมู่หรงจะตกอยู่ในสภาพเช่นนี้ได้อย่างไร? เรื่องแบบนี้หากเปลี่ยนเป็นคนอื่นต้องถอนรากถอนโคนตระกูลมู่หรงไม่เหลือแน่ แต่คนตระกูลเฟิ่งกลับไม่ทำ จุดนี้เขาซาบซึ้งใจอย่างยิ่ง
ราชวงศ์เฟิ่งหวง นี่คือแคว้นราชวงศ์ของตระกูลเฟิ่งแล้ว อันที่จริงเดิมทีควรเป็นของตระกูลพวกเขา หากไม่มีตระกูลเฟิ่งพิทักษ์มาหลายต่อหลายรุ่น แผ่นดินนี้คงถูกควบรวมกับแคว้นเล็กแคว้นอื่นไปนานแล้ว คนตระกูลเฟิ่งทุ่มเทมากมายเพียงนั้น พวกเขาควรค่าที่จะมีทุกอย่างในตอนนี้
“กลายเป็นองค์หญิงราชวงศ์เฟิ่งหวงแล้ว ไม่รู้ว่าจากนี้นางคิดจะทำเช่นไร?” เขาพึมพำเบาๆ ในใจยังคงปล่อยวางนางไม่ได้
อาจเพียงเพราะไม่ได้มา ดังนั้นใจจึงคิดถึงเสมอ
เวลาเดียวกันนี้ ภายในเมืองอวิ๋นเยวี่ย เฟิ่งเซียวย้ายเข้าพระราชวัง ทิ้งจวนตระกูลเฟิ่งเดิมไว้ให้เฟิ่งจิ่ว เปลี่ยนเป็นคฤหาสน์ส่วนตัวของนาง แน่นอนว่าภายในพระราชวังก็มีตำหนักสำหรับนางด้วย แต่เทียบกับพระราชวังแล้ว นางเหมือนจะชอบพำนักอยู่ในจวนมากกว่า
เพราะแบบนี้เอง เฟิ่งเซียวอยากจะพบหน้านางก็ยากอยู่บ้าง ถึงอย่างไรอยากพบลูกสาวหลังจัดการราชกิจเสร็จกลับได้รับแจ้งว่านางไม่อยู่ในวังแทน คิดๆ แล้วใจก็หดหู่
เฟิ่งเซียวแตกต่างจากผู้ครองแคว้นอื่นๆ แม้กลายเป็นผู้ครองแคว้นราชวงศ์เฟิ่งหวง แต่วังหลังยั