ด้กระมัง?
หนำซ้ำธุระในมือท่านพ่อก็จัดการไปได้มากแล้ว ขอแค่ไม่มีแคว้นอื่นมาระราน และมีองครักษ์ตระกูลเฟิ่งคอยปกป้อง ตำแหน่งผู้ครองแคว้นจะมั่นคงจนไม่อาจมั่นคงไปกว่านี้อีกแล้ว
“ชายคนนั้นไม่ใช่คนธรรมดา เจ้าคิดว่าจะหลบพ้นหรือ?” หงส์ไฟน้อยที่บนร่างอ้วนท้วนขาวเนียนสวมเพียงผ้าเตี่ยวเหลือบมองนางอย่างดูแคลน ในปากเคี้ยวโสมที่เฟิ่งจิ่วเก็บมาให้เขา แน่นอนว่าอายุยังห่างไกลสู้โสมพันปีไม่ได้
เขาชอบกินโสม ยังมีของจำพวกผลไม้วิญญาณกับยาทิพย์ที่มีธาตุไฟด้วย แต่ที่นี่มีของพวกนั้นน้อยมาก มีเพียงโสมอายุไม่กี่ร้อยปีที่คลายความอยากของเขาได้
แม้เป็นเช่นนี้ ช่วงนี้ก็ยังเลี้ยงเขาเสียจนขาวอ้วนท้วน แขนขาที่เผยออกมาขาวเนียนราวรากบัว เห็นแล้วชวนให้อยากกัดสักคำ
โดนเด็กน้อยมองเหยียด เฟิ่งจิ่วจึงยิ้มเจื่อนๆ จากนั้นค่อยเชิดคางขึ้นด้วยสีหน้าภูมิใจน้อยๆ “ใครใช้ให้ข้าเสน่ห์แรงจนแม้แต่เจ้าตำหนักยังไม่อาจต้านทานได้เล่า? เฮ้อ อันที่จริงข้าก็ไม่อยากหรอก”
เห็นท่าทางนางเสแสร้งแกล้งทำ หงส์ไฟน้อยกลอกตามอง กอดโสมที่กัดไปครึ่งหนึ่งพลางหันกายไปทันที ทิ้งไว้เพียงแผ่นหลังเจ้าเนื้อที่รัดสายผ้าเตี่ยวไว้กับบั้นท้ายเล็กๆ มีเนื้อจ้ำม่ำ
เห็นเช่นนี้ เฟิ่งจิ่วยื่นมือไปสะกิดบั้นท้ายเล็กนั้นอย่างชอบใจ เอ่ยถามด้วยรอยยิ้มอิ่มเอมว่า “ทำไมช่วงนี้เจ้าชอบสวมผ้าเตี่ยวตัวเล็ก? ดูสิ บั้นท้ายโผล่ออกมาแล้ว”
“หึ! นกน้อยของคุณชายน้อยไม่โผล่ออกมาก็พอ”
เขาพู